Articles

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ เลือกแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด และ Cleansui รุ่นที่น่าสนใจ

Updated 31 min read
เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ เลือกแบบไหนดี? เปรียบเทียบข้อดี ข้อจำกัด และ Cleansui รุ่นที่น่าสนใจ

เวลาเลือกเครื่องกรองน้ำสำหรับบ้าน หลายคนอาจเริ่มจากคำถามว่ารุ่นไหนดี? แต่จริง ๆ แล้วมีอีกคำถามหนึ่งที่ควรตอบก่อน นั่นคือควรเลือกเครื่องกรองน้ำแบบติดหัวก๊อก หรือแบบติดตั้งใต้ซิงค์? เพราะทั้งสองรูปแบบมีหลักการใช้งานที่แตกต่างกันพอสมควร แม้สุดท้ายจะมีเป้าหมายเหมือนกันคือการกรองน้ำประปาก่อนนำไปดื่มหรือประกอบอาหาร

เครื่องกรองน้ำแบบติดหัวก๊อก (Faucet-mounted) มีจุดเด่นเรื่องขนาดกะทัดรัด ติดตั้งง่าย และไม่จำเป็นต้องปรับโครงสร้างห้องครัวมาก เหมาะกับคอนโด บ้านเช่า หอพัก หรือบ้านที่ต้องการติดตั้งเครื่องกรองน้ำโดยไม่ต้องเจาะเคาน์เตอร์ เครื่องกรองน้ำแบบใต้ซิงค์ (Under-sink / Built-in) จะนำตัวกรองไปติดตั้งไว้ใต้เคาน์เตอร์ เหลือเพียงก๊อกน้ำสำหรับน้ำกรองอยู่ด้านบน ทำให้พื้นที่บริเวณซิงค์ดูเรียบร้อยและไม่ต้องมีตัวเครื่องติดอยู่กับก๊อกหลัก

Cleansui มีผลิตภัณฑ์ทั้งสองกลุ่ม เช่น EF Series ในกลุ่ม Faucet-mounted และ EU Series ในกลุ่ม Built-in ทำให้สามารถเลือกตามลักษณะบ้านและรูปแบบการใช้งานได้ แต่แบบไหนเหมาะกับคุณมากกว่า? คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าแบบไหนดีกว่า แต่ขึ้นอยู่กับพื้นที่ติดตั้ง ปริมาณการใช้น้ำ ความสะดวกในการติดตั้ง ความต้องการด้านความเรียบร้อยของครัว และงบประมาณ บทความนี้จะเปรียบเทียบเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกกับเครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์แบบละเอียด พร้อมยกตัวอย่าง Cleansui รุ่นที่น่าสนใจ เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ ต่างกันอย่างไร?

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือตำแหน่งติดตั้งเครื่องกรอง เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกจะติดตั้งตัวเครื่องกรองเข้ากับปลายก๊อกน้ำเดิม โดยน้ำประปาจะไหลเข้าสู่ตัวกรอง จากนั้นผู้ใช้สามารถเลือกใช้น้ำกรองหรือน้ำประปาตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ส่วนเครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์จะนำตัวกรองไปติดตั้งไว้บริเวณใต้เคาน์เตอร์ แล้วเชื่อมต่อกับก๊อกสำหรับน้ำกรองที่ติดตั้งแยกออกมา พูดง่าย ๆ คือ

ติดหัวก๊อก = ตัวกรองอยู่ด้านบนและติดกับก๊อก
ใต้ซิงค์ = ตัวกรองถูกซ่อนไว้ด้านล่าง และมีทางจ่ายน้ำกรองแยกขึ้นมาด้านบน

ทั้งสองรูปแบบสามารถให้ประสบการณ์ใช้งานที่ดีได้ แต่เหมาะกับบริบทที่ต่างกัน

เปรียบเทียบเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกกับใต้ซิงค์

ก่อนลงรายละเอียดแต่ละข้อ ลองดูภาพรวมกันก่อน

FeatureFaucet mountedUnder-sink
Installationง่ายกว่าต้องติดตั้งระบบใต้เคาน์เตอร์
การเจาะเคาน์เตอร์โดยทั่วไปไม่ต้องโดยทั่วไปต้องมีตำแหน่งสำหรับก๊อกน้ำกรอง
พื้นที่บนเคาน์เตอร์ใช้พื้นที่น้อยเหลือพื้นที่ด้านบนมากกว่า
ตัวกรองอยู่บริเวณก๊อกซ่อนอยู่ใต้ซิงค์
ความเรียบร้อยของครัวมีตัวเครื่องที่ก๊อกดูเรียบร้อยกว่า
การถอดย้ายทำได้ง่ายกว่าไม่สะดวกเท่า
เหมาะกับบ้านเช่าเหมาะต้องตรวจสอบข้อจำกัดการติดตั้ง
เหมาะกับคอนโดเหมาะเหมาะ หากมีพื้นที่และติดตั้งได้
เหมาะกับบ้านระยะยาวเหมาะเหมาะมาก
Cartridge capacityขึ้นอยู่กับรุ่นขึ้นอยู่กับรุ่น
การใช้น้ำปริมาณมากต้องเลือกรุ่นให้เหมาะมีรุ่นที่ออกแบบมาสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง
งบประมาณเริ่มต้นโดยทั่วไปต่ำกว่าโดยทั่วไปสูงกว่า

ตารางนี้ไม่ได้หมายความว่าระบบใดดีกว่าอีกระบบ แต่สะท้อนว่าทั้งสองระบบถูกออกแบบมาเพื่อโจทย์ที่แตกต่างกัน

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกคืออะไร?

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก หรือ Faucet-mounted Water Purifier เป็นระบบที่นำตัวกรองมาติดตั้งเข้ากับก๊อกน้ำที่มีอยู่แล้ว เมื่อเปิดใช้น้ำ ผู้ใช้สามารถเลือกโหมดน้ำตามที่ตัวเครื่องรองรับ เช่น น้ำกรองหรือน้ำประปาปกติ ข้อดีที่เห็นได้ทันทีคือไม่ต้องเปลี่ยนระบบประปาภายในครัวมากนัก และไม่จำเป็นต้องติดตั้งก๊อกน้ำกรองแยกในบางรุ่น

Cleansui มีเครื่องกรองน้ำกลุ่ม Faucet-mounted หลายรุ่น เช่น EF101, EF102 และ EF103 โดยรุ่นเหล่านี้เป็นตัวอย่างของเครื่องกรองที่ออกแบบมาให้ติดตั้งบริเวณก๊อกและมีขนาดค่อนข้างกะทัดรัด

ตัวอย่างเช่น EF102 ใช้ไส้กรอง EFC11 มีความจุ 900 ลิตร และอัตราการไหล 1.6 ลิตรต่อนาที จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการระบบกรองสำหรับการใช้งานในครัวเรือนโดยไม่ต้องทำงานติดตั้งระบบใต้ซิงค์ขนาดใหญ่

ข้อดีของเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก

ข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดคือติดตั้งง่าย หากก๊อกเดิมรองรับการติดตั้งตามข้อกำหนดของเครื่อง ก็สามารถติดตั้งตัวกรองเข้ากับก๊อกได้โดยไม่ต้องเดินระบบใหม่ทั้งชุด อีกข้อหนึ่งคือเหมาะกับพื้นที่จำกัด สำหรับคอนโด ห้องพัก หรือครัวขนาดเล็ก การมีตัวกรองติดอยู่บริเวณก๊อกอาจสะดวกกว่าการติดตั้งระบบขนาดใหญ่ไว้ใต้ซิงค์ นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้เช่าที่อาจไม่สามารถเจาะเคาน์เตอร์หรือดัดแปลงระบบน้ำได้

จุดเด่นของแบบติดหัวก๊อก

  • Easy to install
  • ใช้พื้นที่น้อย
  • ไม่ต้องวางเครื่องขนาดใหญ่บนเคาน์เตอร์
  • ไม่จำเป็นต้องเจาะเคาน์เตอร์ในรูปแบบการติดตั้งทั่วไป
  • ถอดย้ายได้ง่ายกว่า
  • เหมาะกับคอนโดและบ้านเช่า
  • ราคาตัวเครื่องเริ่มต้นโดยทั่วไปเข้าถึงง่ายกว่า
  • เหมาะกับคนที่ต้องการระบบกรองแบบไม่ซับซ้อน

อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนซื้อนั่นคือก๊อกที่บ้านสามารถติดตั้งได้หรือไม่

ข้อจำกัดของเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก

แม้ติดตั้งง่าย แต่เครื่องกรองแบบติดหัวก๊อกก็มีข้อจำกัด

ข้อแรกคือตัวเครื่องอยู่บริเวณก๊อกโดยตรง สำหรับคนที่ชอบครัวแบบ Minimal หรือมีพื้นที่บริเวณซิงค์ที่ต้องการให้โล่งที่สุด ตัวเครื่องที่ติดอยู่กับก๊อกอาจทำให้รู้สึกว่าครัวไม่เรียบร้อยเท่าระบบใต้ซิงค์

ข้อที่สองคือต้องตรวจสอบความเข้ากันได้กับก๊อก ก๊อกบางประเภทไม่สามารถติดตั้งได้โดยตรง หรืออาจต้องใช้อะแดปเตอร์เพิ่มเติม

ข้อที่สามคือความจุของไส้กรองขึ้นอยู่กับรุ่น

ตัวอย่างเช่น EF102 ใช้ EFC11 ซึ่งมีความจุ 900 ลิตร ดังนั้นหากเป็นบ้านที่มีสมาชิกหลายคนและใช้น้ำกรองปริมาณมาก ควรนำปริมาณการใช้น้ำจริงมาเทียบกับความจุของไส้กรองก่อนซื้อ

เครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์คืออะไร?

เครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์ หรือ Under-sink Water Purifier เป็นระบบที่ติดตั้งตัวกรองไว้บริเวณใต้ซิงค์หรือใต้เคาน์เตอร์ครัว ด้านบนเคาน์เตอร์จะเหลือเพียงก๊อกสำหรับจ่ายน้ำกรอง แนวคิดหลักคือการย้ายตัวกรองออกจากบริเวณที่ใช้งานบนเคาน์เตอร์

Cleansui เรียกระบบนี้ในกลุ่ม Built-in และมีรุ่นอย่าง EU101 ซึ่งออกแบบมาให้ติดตั้งตัวกรองไว้ใต้เคาน์เตอร์และใช้ก๊อกสำหรับน้ำกรองแยกต่างหาก EU101 ใช้ไส้กรอง EUC2000 ความจุ 8,000 ลิตร และมีอัตราการไหลประมาณ 2.8–3 ลิตรต่อนาที ดังนั้น Under-sink จึงไม่ได้หมายถึงเพียง “เอาเครื่องกรองไปซ่อนใต้ซิงค์” แต่เป็นรูปแบบการติดตั้งที่ออกแบบให้ระบบกรองเป็นส่วนหนึ่งของห้องครัวมากขึ้น

ข้อดีของเครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์

ข้อดีที่เห็นชัดที่สุดคือพื้นที่บนเคาน์เตอร์ดูสะอาดและเป็นระเบียบ ตัวกรองถูกซ่อนอยู่ใต้ซิงค์ ทำให้ไม่มีตัวเครื่องติดอยู่กับก๊อกหลัก สำหรับคนที่ทำอาหารเป็นประจำ จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะบริเวณซิงค์เป็นพื้นที่ที่ต้องใช้งานอยู่ตลอดเวลา อีกข้อคือสามารถออกแบบตำแหน่งก๊อกน้ำกรองให้เหมาะกับครัวได้

หากกำลังสร้างบ้านใหม่หรือรีโนเวตครัว การวางระบบใต้ซิงค์ตั้งแต่ต้นจะทำได้ง่ายกว่า เพราะสามารถเตรียมทั้งตำแหน่งก๊อก ท่อน้ำ และพื้นที่สำหรับไส้กรองได้พร้อมกัน

จุดเด่นของแบบใต้ซิงค์

  • ซ่อนตัวกรองไว้ใต้เคาน์เตอร์
  • เคาน์เตอร์ดูเรียบร้อย
  • ไม่ต้องมีตัวกรองติดอยู่กับก๊อกหลัก
  • เหมาะกับครัว Built-in
  • เหมาะกับบ้านที่ใช้งานระยะยาว
  • มีรุ่นที่รองรับปริมาณน้ำสูงกว่า Faucet-mounted หลายรุ่น
  • สามารถออกแบบก๊อกน้ำกรองให้เข้ากับครัวได้
  • เหมาะกับคนที่ต้องการแยกน้ำกรองออกจากน้ำใช้ทั่วไป

ข้อจำกัดของเครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์

ข้อจำกัดหลักคือติดตั้งยุ่งยากกว่า โดยเฉพาะบ้านที่มีห้องครัวสร้างเสร็จแล้ว หากยังไม่มีช่องสำหรับก๊อกน้ำกรอง อาจต้องเจาะเคาน์เตอร์เพื่อเพิ่มก๊อก นอกจากนี้ต้องมีพื้นที่ใต้ซิงค์เพียงพอสำหรับติดตั้งชุดกรองและท่อน้ำ จึงควรตรวจสอบพื้นที่ก่อนซื้อ ไม่ควรดูเพียงขนาดของตัวเครื่อง เพราะใต้ซิงค์อาจมี

  • ท่อน้ำดี
  • ท่อน้ำทิ้ง
  • ถังขยะ
  • เครื่องดักกลิ่น
  • ชั้นเก็บของ
  • เครื่องทำน้ำอุ่นใต้ซิงค์
  • อุปกรณ์ครัวอื่น ๆ

หากพื้นที่เหลือน้อย การติดตั้งอาจทำให้เข้าถึงไส้กรองเพื่อเปลี่ยนในอนาคตได้ยาก ดังนั้นพื้นที่สำหรับเปลี่ยนไส้กรอง เป็นอีกเรื่องที่ควรวางแผนตั้งแต่ก่อนติดตั้ง

ติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ เรื่องคุณภาพน้ำต่างกันไหม?

คำตอบคือไม่ควรตัดสินจากรูปแบบการติดตั้งเพียงอย่างเดียว คุณภาพน้ำหลังกรองขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของไส้กรอง รุ่นของผลิตภัณฑ์ คุณภาพน้ำต้นทาง และการใช้งานตามข้อกำหนดของผู้ผลิต ตัวอย่างเช่น Cleansui EF Series และ EU Series ใช้ไส้กรองคนละรุ่น EF102 ใช้ EFC11 ความจุ 900 ลิตร ขณะที่ EU101 ใช้ EUC2000 ความจุ 8,000 ลิตร

ดังนั้นความแตกต่างระหว่างสองระบบไม่ได้เกิดจากคำว่าติดหัวก๊อกหรือใต้ซิงค์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูไส้กรองและสเปกของรุ่นนั้น ๆ ด้วย เทคโนโลยี Hollow-Fiber Membrane เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของระบบกรอง และผลิตภัณฑ์ของแบรนด์สามารถออกแบบให้มีการกรองหลายขั้นตอนตามรุ่น

ติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ แบบไหนกรองได้เยอะกว่า?

ถ้าพูดถึงปริมาณน้ำที่กรองได้ต่อไส้กรอง ต้องเปรียบเทียบเป็นรุ่นต่อรุ่นไม่ใช่ประเภทต่อประเภท ตัวอย่างจาก Cleansui

EF102 + EFC11 = 900 ลิตร ขณะที่

EU101 + EUC2000 = 8,000 ลิตร

จึงเห็นได้ว่า EU101 มีความจุไส้กรองสูงกว่า EF102 อย่างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าเครื่องกรองใต้ซิงค์ทุกเครื่องจะกรองได้มากกว่าเครื่องติดหัวก๊อกทุกเครื่อง เพราะแต่ละรุ่นมีไส้กรองและวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน ดังนั้นหากบ้านใช้น้ำกรองจำนวนมาก ควรดูตัวเลข Filter Capacity เป็นหนึ่งในปัจจัยหลัก

แล้ว Flow Rate สำคัญอย่างไร?

นอกจากความจุไส้กรองแล้ว อีกตัวเลขที่ควรดูคือ Flow Rate หรืออัตราการไหลของน้ำ ตัวอย่างเช่น

  • EF102: 1.6 ลิตร/นาที
  • EU101: ประมาณ 2.8–3 ลิตร/นาที

ถ้าใช้น้ำกรองเพียงเติมแก้วหรือขวดเล็ก ๆ ความแตกต่างอาจไม่รู้สึกมาก แต่ถ้าใช้กรองน้ำเพื่อ

  • เติมหม้อ
  • Cooking
  • เติมขวดหลายใบ
  • เตรียมน้ำดื่มสำหรับหลายคน

Flow Rate จะเริ่มมีผลต่อความสะดวกในการใช้งาน ดังนั้นอย่าดูแค่กรองได้กี่ลิตรตลอดอายุไส้กรอง แต่ควรดูด้วยว่าตอนเปิดน้ำ น้ำไหลเร็วแค่ไหน

แบบติดหัวก๊อกเหมาะกับคอนโดหรือไม่?

เหมาะ โดยเฉพาะคอนโดที่มีพื้นที่ครัวจำกัดหรือผู้พักอาศัยไม่ต้องการดัดแปลงห้อง Faucet-mounted มีข้อดีคือสามารถติดตั้งเข้ากับก๊อกที่รองรับได้ และไม่ต้องใช้พื้นที่ใต้ซิงค์มาก สำหรับคนที่เช่าคอนโดก็มีข้อได้เปรียบเรื่องการถอดย้ายเมื่อเปลี่ยนที่อยู่ อย่างไรก็ตามก่อนซื้อควรตรวจสอบว่าก๊อกของคอนโดรองรับการติดตั้งหรือไม่ เพราะก๊อกบางแบบไม่สามารถติดตั้งได้โดยตรง

แบบใต้ซิงค์เหมาะกับบ้านแบบไหน?

Under-sink เหมาะกับบ้านที่ต้องการใช้งานระยะยาวและให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยของห้องครัว โดยเฉพาะบ้านที่มี

  • ครัว Built-in
  • พื้นที่ใต้ซิงค์เพียงพอ
  • พื้นที่เคาน์เตอร์ที่ต้องการให้โล่ง
  • การใช้น้ำกรองเป็นประจำ
  • สมาชิกในบ้านหลายคน
  • การทำอาหารเป็นประจำ

ถ้ากำลังสร้างบ้านหรือรีโนเวตครัวอยู่แล้ว การเตรียมระบบน้ำสำหรับเครื่องกรองใต้ซิงค์ตั้งแต่แรกจะทำได้สะดวกกว่า

บ้านเช่าควรเลือกติดหัวก๊อกหรือใต้ซิงค์?

สำหรับบ้านเช่า สิ่งสำคัญคือความง่ายในการติดตั้งและการถอดออก เครื่องกรองแบบติดหัวก๊อกจึงมักเหมาะกับสถานการณ์นี้มากกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเจาะเคาน์เตอร์หรือเปลี่ยนก๊อกหลักในหลายกรณี แต่หากเจ้าของบ้านอนุญาตให้ติดตั้งระบบถาวร และบ้านมีพื้นที่เหมาะสม Under-sink ก็สามารถทำได้เช่นกัน จุดสำคัญคือควรตรวจสอบเงื่อนไขการติดตั้งกับเจ้าของบ้านก่อน โดยเฉพาะกรณีที่ต้องเจาะเคาน์เตอร์หรือเพิ่มก๊อกน้ำกรอง

ถ้าอยู่คอนโดและทำอาหารทุกวัน ควรเลือกแบบไหนดี?

กรณีนี้ต้องดูสองปัจจัยพร้อมกันคือพื้นที่กับปริมาณการใช้น้ำ หากครัวมีพื้นที่จำกัดและต้องการติดตั้งง่าย Faucet-mounted เป็นตัวเลือกที่ตรงไปตรงมา แต่ถ้าคอนโดมีครัว Built-in และมีพื้นที่ใต้ซิงค์เพียงพอ การติดตั้ง Under-sink ก็สามารถช่วยให้พื้นที่บริเวณก๊อกดูสะอาดขึ้น และเหมาะกับคนที่ใช้น้ำกรองปริมาณมากขึ้น

ดังนั้นคอนโด = ต้องติดหัวก๊อก ไม่ใช่กฎตายตัว

ถ้าทำอาหารทุกวัน Under-sink มีข้อได้เปรียบอะไร?

คนที่ทำอาหารบ่อยจะใช้น้ำมากกว่าการดื่มเพียงอย่างเดียว อาจต้องใช้น้ำสำหรับ

  • ต้ม
  • ล้างวัตถุดิบ
  • เติมหม้อ
  • ทำเครื่องดื่ม
  • เตรียมอาหาร

ดังนั้นการมีระบบที่สามารถจ่ายน้ำกรองได้สะดวก และมี Flow Rate เหมาะสม จะช่วยให้ใช้งานในครัวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การซ่อนตัวกรองไว้ใต้ซิงค์ยังช่วยให้พื้นที่รอบก๊อกไม่ถูกบดบังด้วยตัวเครื่อง นี่เป็นเหตุผลที่ Under-sink มักเข้ากับบ้านที่ใช้ครัวจริงจังมากกว่า

ถ้ามีพื้นที่ใต้ซิงค์น้อย ควรทำอย่างไร?

ไม่ควรรีบตัดสินใจจากคำว่าใต้ซิงค์เพียงอย่างเดียว ให้เปิดพื้นที่ใต้ซิงค์ออกมาดูจริงก่อน แล้ววัด

ความกว้าง × ความลึก × ความสูง

จากนั้นดูตำแหน่งท่อน้ำและพื้นที่สำหรับถอดไส้กรอง สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวกรองวางเข้าไปได้หรือไม่ แต่ต้องถามด้วยว่าเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนไส้กรอง เราสามารถถอดออกได้หรือไม่? หากตัวกรองอยู่ชิดผนังหรือถูกบังด้วยท่อน้ำจนไม่สามารถหยิบออกได้ การติดตั้งอาจสร้างปัญหาในระยะยาว

การเปลี่ยนไส้กรอง แบบไหนสะดวกกว่า?

ทั้งสองระบบสามารถเปลี่ยนไส้กรองได้ แต่รูปแบบการเข้าถึงแตกต่างกัน Faucet-mounted ตัวกรองอยู่ด้านบนและมองเห็นได้ง่าย จึงเหมาะกับคนที่ต้องการตรวจสอบสถานะและเปลี่ยนไส้กรองด้วยตัวเอง ส่วน Under-sink ตัวกรองจะอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ดังนั้นต้องเข้าไปที่พื้นที่ใต้ซิงค์เพื่อเปลี่ยน

อย่างไรก็ตาม ระบบ Under-sink ของ Cleansui มีข้อดีคือไม่ได้ต้องนำตัวกรองมาวางในพื้นที่ใช้งานด้านบน ระบบ Under-sink หรือโครงสร้างที่ไม่ได้ปล่อยให้ไส้กรองรับแรงดันน้ำตลอดเวลา ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากแรงดันคงค้างที่ตัวกรองในบางระบบ แต่หลังเปลี่ยนไส้กรองอาจมีน้ำหยดออกมาระยะหนึ่งตามโครงสร้างของระบบ

ค่าใช้จ่ายระหว่างติดหัวก๊อกกับใต้ซิงค์ต่างกันอย่างไร?

โดยทั่วไป Faucet-mounted มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่า ตัวอย่างเช่น EF102 มีราคาที่แสดงล่าสุด 4,390 บาท ขณะที่ EU101 อยู่ที่ 23,800 บาทตามข้อมูล Waterclick ที่ตรวจสอบล่าสุด แต่ไม่ควรนำราคาตัวเครื่องมาเปรียบเทียบเพียงอย่างเดียว ควรดู

  • ราคาตัวเครื่อง
  • Cartridge Price
  • Cartridge capacity
  • รอบการเปลี่ยน
  • ค่าอุปกรณ์ติดตั้ง
  • ค่าแรงติดตั้งถ้ามี
  • ค่าใช้จ่ายระยะยาว

ตัวอย่างเช่น EU101 ใช้ EUC2000 ความจุ 8,000 ลิตร ขณะที่ EF102 ใช้ EFC11 ความจุ 900 ลิตร ดังนั้นราคาที่แพงกว่าของระบบหนึ่งไม่ได้แปลว่าต้นทุนต่อการกรอง 1 ลิตรจะแพงกว่าตามสัดส่วน

ถ้าไม่อยากเจาะเคาน์เตอร์ เลือกแบบไหน?

คำตอบค่อนข้างชัดเจนเลือกเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก เพราะเป็นระบบที่ออกแบบมาให้ติดกับก๊อกเดิม โดยอาจมีอะแดปเตอร์ตามประเภทของก๊อก แต่ต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของก๊อกก่อนติดตั้ง

ถ้าอยากให้ครัวดู Minimal เลือกแบบไหนดี?

หากให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ของครัวเป็นหลัก Under-sink มีข้อได้เปรียบด้านการซ่อนตัวเครื่อง ตัวกรองจะอยู่ใต้เคาน์เตอร์ เหลือเพียงก๊อกสำหรับน้ำกรอง

เครื่องกรองน้ำ Cleansui แบบ Built-in หรือ Under-sink ช่วยให้บริเวณครัวดูสะอาดและเป็นระเบียบ ขณะที่ Faucet-mounted เน้นความสะดวกและติดตั้งง่าย ดังนั้นสำหรับครัวที่ออกแบบมาอย่างตั้งใจ เช่น ครัว Built-in หรือ Modern Kitchen การติดตั้งแบบใต้ซิงค์มักเข้ากับภาพรวมของห้องมากกว่า

ถ้ามีงบจำกัด ควรเลือกแบบไหนดี?

หากงบประมาณเป็นข้อจำกัดหลัก Faucet-mounted จะมีตัวเลือกในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า ตัวอย่างเช่น Cleansui EF Series มีราคาหลายระดับ และบางรุ่นในปัจจุบันมีราคาต่ำกว่า 5,000 บาท ในขณะที่ระบบ Under-sink อย่าง EU101 มีต้นทุนตัวเครื่องสูงกว่ามาก

ดังนั้นหากโจทย์คืออยากเริ่มใช้เครื่องกรองน้ำ แต่ยังไม่อยากลงทุนกับระบบติดตั้งถาวร Faucet-mounted จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ง่ายกว่า แต่ถ้าเป็นบ้านที่ตั้งใจใช้งานระยะยาวและมีงบสำหรับการติดตั้ง การลงทุนในระบบ Under-sink ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง

Cleansui ติดหัวก๊อก รุ่นไหนน่าสนใจ?

สำหรับกลุ่ม Faucet-mounted สามารถเริ่มดูจาก EF Series

Cleansui EF101

เหมาะกับผู้ที่ต้องการเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกที่มีขนาดกะทัดรัด และใช้ไส้กรอง EFC11 เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่เน้นความง่ายและการใช้งานทั่วไปในครัวเรือน

Cleansui EF102

ใช้ EFC11 เช่นเดียวกัน มีความจุ 900 ลิตร และอัตราการไหล 1.6 ลิตรต่อนาที พร้อมหน้าจอ Digital สำหรับแสดงข้อมูลการใช้งาน

Cleansui EF103

เป็นอีกตัวเลือกในกลุ่ม Faucet-mounted ที่ใช้ EFC11 เช่นกัน เหมาะกับคนที่กำลังเปรียบเทียบฟังก์ชันและดีไซน์ของ EF Series

หากต้องการเลือกในกลุ่มนี้ ไม่ควรดูเพียงความสามารถในการกรอง แต่ควรดูว่ารูปแบบตัวเครื่องและฟังก์ชันใดเหมาะกับการใช้งานจริง

เครื่องกรองน้ำ Cleansui ใต้ซิงค์ รุ่นไหนน่าสนใจ?

สำหรับบ้านทั่วไป รุ่นที่น่าสนใจคือ Cleansui EU101 EU101 ใช้ไส้กรอง EUC2000 ความจุ 8,000 ลิตร และออกแบบให้ติดตั้งตัวกรองไว้ใต้เคาน์เตอร์ จุดเด่นคือพื้นที่ด้านบนเคาน์เตอร์ไม่ต้องใช้สำหรับวางเครื่องกรอง และระบบน้ำกรองสามารถจ่ายผ่านก๊อกเฉพาะได้ จึงเหมาะกับ

  • บ้านที่ใช้งานระยะยาว
  • บ้านที่ทำอาหารเป็นประจำ
  • Families
  • ครัว Built-in
  • คนที่ต้องการพื้นที่เคาน์เตอร์โล่ง
  • คนที่ต้องการความจุไส้กรองสูง

อย่างไรก็ตาม ต้องมีพื้นที่ติดตั้งและต้องวางแผนระบบก๊อกให้เหมาะสมก่อนติดตั้ง

ตารางเปรียบเทียบ Cleansui EF102 vs EU101

หากต้องการเห็นความแตกต่างแบบจับต้องได้ ลองเทียบสองรุ่นนี้

FeaturesCleansui EF102Cleansui EU101
รูปแบบFaucet mountedUnder-sink
CartridgesEFC11EUC2000
ความจุ900 ลิตร8,000 liters
Flow Rate1.6 ลิตร/นาทีประมาณ 2.8–3 ลิตร/นาที
ตำแหน่งตัวกรองบริเวณก๊อกใต้เคาน์เตอร์
พื้นที่บนเคาน์เตอร์มีตัวเครื่องบริเวณก๊อกเหลือพื้นที่โล่งกว่า
Installationง่ายกว่าต้องติดตั้งระบบใต้ซิงค์
การถอดย้ายง่ายกว่าซับซ้อนกว่า
Best forคอนโด/บ้านเช่า/ใช้งานทั่วไปบ้าน/ครัว Built-in/ใช้งานระยะยาว
ราคาที่ตรวจสอบล่าสุด4,390 บาท23,800 บาท

ตัวเลขราคาเป็นเพียงภาพ ณ วันที่ตรวจสอบและสามารถเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น

จุดที่เห็นชัดคือ EU101 ไม่ได้เป็นเพียง EF102 ที่เอาไปซ่อนไว้ใต้ซิงค์ แต่เป็นระบบที่ใช้ไส้กรองคนละรุ่น มีความจุและรูปแบบการติดตั้งต่างกัน

ติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ แบบไหนประหยัดกว่ากัน?

ถ้าดูเฉพาะเงินลงทุนเริ่มต้น เครื่องกรองแบบติดหัวก๊อกมักประหยัดกว่า แต่ถ้าดูต้นทุนต่อการใช้งานระยะยาว ต้องนำความจุไส้กรองและราคาตลับกรองมาคำนวณด้วย ตัวอย่างเช่น

ต้นทุนต่อลิตร = ราคาไส้กรอง ÷ ความจุการกรอง

จากนั้นจึงนำไปเทียบกับปริมาณน้ำที่บ้านใช้จริง วิธีนี้แม่นกว่าการบอกว่ารุ่น A ถูกกว่า เพราะเครื่องกรองสองรุ่นอาจมีราคาต่างกันมาก แต่มีความจุไส้กรองต่างกันหลายเท่า

ติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ แบบไหนดูแลรักษาง่ายกว่า?

ถ้ามองเฉพาะการเข้าถึงตัวกรอง Faucet-mounted จะง่ายกว่า เพราะตัวกรองอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นและเข้าถึงได้ง่าย แต่ถ้ามองเรื่องความเรียบร้อยของพื้นที่ใช้งาน Under-sink จะมีข้อได้เปรียบ เพราะตัวกรองไม่อยู่บริเวณก๊อก ดังนั้นคำว่า “ดูแลง่าย” ต้องแยกเป็นสองเรื่อง

เปลี่ยนไส้กรองง่าย → ติดหัวก๊อก
จัดพื้นที่ครัวง่าย → ใต้ซิงค์

ติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ แบบไหนเหมาะกับบ้านที่มีเด็ก?

บ้านที่มีเด็กควรพิจารณาเรื่องความเป็นระเบียบและความสะดวกในการใช้งานเป็นพิเศษ Under-sink มีข้อดีตรงที่ตัวกรองและท่อส่วนใหญ่ถูกเก็บไว้ใต้เคาน์เตอร์ ทำให้พื้นที่บริเวณก๊อกดูโล่งกว่า แต่ Faucet-mounted ก็สามารถใช้งานได้อย่างสะดวก และมีข้อดีเรื่องการติดตั้งและการบำรุงรักษา

ดังนั้นควรพิจารณาร่วมกับรูปแบบก๊อกและพื้นที่จริงของครัว ไม่ควรเลือกจากเรื่องนี้เพียงปัจจัยเดียว

5 คำถามที่ควรถามตัวเองก่อนเลือก

หากยังตัดสินใจไม่ได้ ลองตอบคำถามเหล่านี้

1. บ้านเป็นของตัวเองหรือบ้านเช่า?

ถ้าเช่า Faucet-mounted มักติดตั้งง่ายกว่า

2. ต้องการเจาะเคาน์เตอร์หรือไม่?

ถ้าไม่ต้องการเจาะ ให้เริ่มดู Faucet-mounted

3. มีพื้นที่ใต้ซิงค์หรือไม่?

ถ้ามีพื้นที่เหลือและต้องการระบบระยะยาว Under-sink ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

4. ใช้น้ำกรองวันละเท่าไร?

ถ้าใช้น้ำจำนวนมาก ให้ดูทั้ง Filter Capacity และ Flow Rate

5. ให้ความสำคัญกับความเรียบร้อยของครัวมากแค่ไหน?

ถ้าต้องการเคาน์เตอร์โล่งและไม่อยากเห็นตัวกรอง Under-sink มีข้อได้เปรียบ

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก vs ใต้ซิงค์ เลือกแบบไหนดี?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกบ้าน เพราะเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกและเครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานคนละรูปแบบ

Faucet Mount เหมาะกับคนที่ต้องการความง่าย ติดตั้งสะดวก ใช้พื้นที่น้อย ถอดย้ายง่าย และไม่ต้องการดัดแปลงห้องครัวมาก เหมาะกับคอนโด บ้านเช่า หอพัก หรือบ้านที่ใช้น้ำกรองในระดับทั่วไป

เครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์ เหมาะกับคนที่ต้องการความเรียบร้อยของครัว ต้องการซ่อนตัวกรองไว้ใต้เคาน์เตอร์ ใช้น้ำกรองเป็นประจำ และกำลังมองหาระบบที่ติดตั้งเพื่อใช้งานระยะยาว

หากนำ Cleansui มาเป็นตัวอย่าง EF Series เช่น EF101, EF102 และ EF103 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการระบบ Faucet-mounted ขณะที่ EU101 เป็นตัวเลือกในกลุ่ม Under-sink ที่ใช้ไส้กรอง EUC2000 ความจุ 8,000 ลิตร และออกแบบให้ตัวกรองอยู่ใต้เคาน์เตอร์ ดังนั้นวิธีเลือกที่ง่ายที่สุดคือ

คอนโด / บ้านเช่า / ไม่อยากเจาะ → ติดหัวก๊อก
บ้านตัวเอง / ครัว Built-in / ต้องการเคาน์เตอร์โล่ง → ใต้ซิงค์
ใช้น้ำไม่มาก → ดูรุ่น Faucet-mounted ที่มีความจุเหมาะสม
ใช้น้ำมาก → ดูทั้งความจุไส้กรองและ Flow Rate
เน้นติดตั้งง่าย → ติดหัวก๊อก
เน้นความเรียบร้อยและใช้งานระยะยาว → ใต้ซิงค์

สุดท้ายแล้ว ไม่ควรเลือกจากคำว่าแบบไหนดีที่สุด แต่ควรเลือกจากรูปแบบครัว ปริมาณการใช้น้ำ และลักษณะการอยู่อาศัยของแต่ละบ้าน เพราะเครื่องกรองน้ำที่เหมาะที่สุดคือเครื่องที่สามารถใช้งานได้สะดวกและดูแลต่อเนื่องได้จริง

FAQ: คำถามที่พบบ่อย

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกกับใต้ซิงค์ แบบไหนดีกว่ากัน?

ไม่มีแบบใดที่เหมาะกับทุกบ้าน เครื่องกรองติดหัวก๊อกเด่นเรื่องติดตั้งง่ายและประหยัดพื้นที่ ส่วนแบบใต้ซิงค์เด่นเรื่องความเรียบร้อยและการซ่อนตัวกรองไว้ใต้เคาน์เตอร์ ควรเลือกตามพื้นที่และรูปแบบการใช้งาน

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกเหมาะกับคอนโดหรือไม่?

เหมาะ โดยเฉพาะคอนโดที่มีพื้นที่ครัวจำกัดหรือไม่ต้องการเจาะเคาน์เตอร์ อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบว่าก๊อกเดิมสามารถติดตั้งกับเครื่องกรองได้หรือไม่

เครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์ต้องเจาะเคาน์เตอร์ไหม?

โดยทั่วไปการติดตั้งแบบ Under-sink ที่มีก๊อกน้ำกรองแยกจะต้องมีตำแหน่งสำหรับติดตั้งก๊อกบนเคาน์เตอร์ แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับรุ่นและรูปแบบครัว

เครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อกกรองได้น้อยกว่าใต้ซิงค์หรือไม่?

ไม่สามารถสรุปจากประเภทการติดตั้งได้ ต้องดูความจุของไส้กรองแต่ละรุ่น เช่น EF102 ใช้ EFC11 ความจุ 900 ลิตร ขณะที่ EU101 ใช้ EUC2000 ความจุ 8,000 ลิตร

Cleansui EF102 กับ EU101 ต่างกันอย่างไร?

EF102 เป็นเครื่องกรองน้ำแบบติดหัวก๊อก ใช้ EFC11 ความจุ 900 ลิตร และมีอัตราการไหล 1.6 ลิตรต่อนาที ส่วน EU101 เป็นระบบใต้ซิงค์ ใช้ EUC2000 ความจุ 8,000 ลิตร และมีอัตราการไหลประมาณ 2.8–3 ลิตรต่อนาที

บ้านเช่าควรเลือกเครื่องกรองน้ำแบบไหน?

โดยทั่วไปแบบติดหัวก๊อกเหมาะกว่า เพราะติดตั้งและถอดย้ายได้ง่ายกว่า และมักไม่ต้องดัดแปลงเคาน์เตอร์ แต่ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของก๊อกก่อนซื้อ

เครื่องกรองน้ำใต้ซิงค์เหมาะกับคนทำอาหารหรือไม่?

เหมาะ โดยเฉพาะบ้านที่ทำอาหารเป็นประจำและต้องการใช้น้ำกรองปริมาณมาก เพราะสามารถแยกก๊อกน้ำกรองออกจากก๊อกหลัก และมีรุ่นที่มีความจุและ Flow Rate สูงกว่าเครื่องติดหัวก๊อกบางรุ่น

เครื่องกรองน้ำแบบไหนประหยัดกว่า?

หากดูเฉพาะราคาซื้อเริ่มต้น Faucet-mounted มักมีต้นทุนต่ำกว่า แต่หากต้องการเปรียบเทียบความคุ้มค่าในระยะยาว ควรนำราคาตัวเครื่อง ราคาไส้กรอง ความจุ และปริมาณการใช้น้ำมาคำนวณร่วมกัน

ถ้าไม่อยากให้เครื่องกรองน้ำอยู่บนก๊อก ควรเลือกแบบไหน?

เลือกแบบ Under-sink หรือ Built-in เพราะตัวกรองจะติดตั้งไว้ใต้เคาน์เตอร์และใช้ก๊อกน้ำกรองแยก ทำให้พื้นที่บริเวณก๊อกหลักดูโล่งและเป็นระเบียบมากกว่า

ค้นหาสินค้าเครื่องกรองน้ำ Cleansui คลิก

Products in this article