หลายคนที่กำลังมองหาเครื่องกรองน้ำอาจเคยเห็นชื่อ Cleansui และคำว่า Hollow-Fiber Membrane, Activated Carbon, UF หรือระบบกรองหลายชั้น แต่เมื่อดูรายละเอียดของแต่ละรุ่นกลับพบว่าไส้กรองของ Cleansui ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีเหมือนกันทั้งหมด แล้วจริง ๆ เครื่องกรองน้ำ Cleansui ใช้เทคโนโลยีอะไร?
คำตอบคือ Cleansui มีเทคโนโลยีการกรองหลายรูปแบบ แต่เทคโนโลยีที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์คือ Hollow-Fiber Membrane หรือเมมเบรนเส้นใยกลวง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Mitsubishi พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และนำมาใช้ร่วมกับวัสดุกรองอื่น เช่น Activated Carbon, Non-woven Fabric และ Ion Exchange Resin ตามวัตถุประสงค์ของเครื่องกรองแต่ละรุ่น
การกรองน้ำไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ทำให้น้ำใส แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าต้องการกำจัดสิ่งปนเปื้อนอะไร ปริมาณน้ำที่ต้องใช้มากแค่ไหน ต้องการคงแร่ธาตุไว้หรือไม่ และน้ำที่ได้จะนำไปใช้กับอะไร สำหรับ Cleansui จึงไม่ได้มีเครื่องกรองเพียงประเภทเดียว แต่มีทั้งเครื่องกรองน้ำติดหัวก๊อก เครื่องกรองแบบเหยือก Countertop Built-in ไปจนถึง Commercial สำหรับร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม และธุรกิจต่าง ๆ
บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่หลักการทำงานของเทคโนโลยีแต่ละชนิด ไปจนถึงความแตกต่างระหว่าง Hollow-Fiber Membrane, Activated Carbon, Ion Exchange และระบบกรองหลายชั้น เพื่อให้เข้าใจว่า เครื่องกรองน้ำ Cleansui ใช้เทคโนโลยีอะไร และแต่ละเทคโนโลยีเหมาะกับการใช้งานแบบไหน
เครื่องกรองน้ำ Cleansui ใช้เทคโนโลยีอะไร?
หากพูดถึงเทคโนโลยีหลักของ Cleansui สิ่งแรกที่ควรรู้จักคือ Hollow-Fiber Membrane หรือเมมเบรนเส้นใยกลวง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ Cleansui แตกต่างจากเครื่องกรองน้ำที่ใช้ Activated Carbon เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตามไส้กรองของ Cleansui ในแต่ละรุ่นอาจประกอบด้วยวัสดุหลายชนิด โดยทั่วไปสามารถพบเทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่
- Hollow-Fiber Membrane – ใช้การกรองผ่านรูขนาดเล็กมากบนผิวเส้นใย เพื่อดักจับอนุภาคและจุลินทรีย์บางประเภท
- 活性炭 – ใช้การดูดซับสารบางชนิด เช่น คลอรีน กลิ่น และสารอินทรีย์
- Non-woven Fabric – ช่วยดักจับตะกอนและสิ่งสกปรกขนาดใหญ่ก่อนเข้าสู่ชั้นกรองอื่น
- Ion Exchange Fiber / Ion Exchange Resin – ใช้แลกเปลี่ยนไอออนและช่วยจัดการโลหะหนักหรือความกระด้างในระบบที่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
- ระบบกรองหลายชั้น – นำเทคโนโลยีหลายชนิดมาทำงานร่วมกันภายในไส้กรองเดียว
ดังนั้น หากถามว่า Cleansui ใช้เทคโนโลยีอะไร คำตอบที่แม่นยำที่สุดคือ Cleansui ใช้ระบบการกรองที่แตกต่างกันตามรุ่น โดยมี Hollow-Fiber Membrane เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักของแบรนด์ และมักทำงานร่วมกับ Activated Carbon หรือวัสดุกรองอื่นเพื่อจัดการสิ่งปนเปื้อนแต่ละประเภท
Hollow-Fiber Membrane คืออะไร?
Hollow-Fiber Membrane หรือเมมเบรนเส้นใยกลวงคือเส้นใยลักษณะคล้ายหลอดขนาดเล็กจำนวนมาก โดยผิวของเส้นใยมีรูพรุนขนาดเล็กมาก
หลักการทำงานสามารถเปรียบเทียบง่าย ๆ กับตะแกรงที่มีช่องเปิดเล็กมาก เพียงแต่รูของเมมเบรนมีขนาดเล็กกว่าตะแกรงทั่วไปอย่างมาก เมื่อน้ำไหลผ่านเมมเบรน สิ่งปนเปื้อนที่มีขนาดใหญ่กว่ารูกรองจะถูกดักไว้ ในขณะที่น้ำและสารบางชนิดที่มีขนาดเล็กกว่าสามารถผ่านเข้าไปได้ นี่เป็นเหตุผลที่ Hollow-Fiber Membrane สามารถใช้จัดการกับสิ่งปนเปื้อนประเภทความขุ่น ตะกอน สนิม และจุลินทรีย์บางชนิดได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมีในการกรอง
หนึ่งในจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้คือพื้นที่ผิวสำหรับการกรองมีขนาดใหญ่ เพราะภายในไส้กรองไม่ได้มีเมมเบรนเพียงแผ่นเดียว แต่ประกอบด้วยเส้นใยจำนวนมาก ทำให้สามารถสร้างพื้นที่กรองขนาดใหญ่ในพื้นที่ติดตั้งที่ค่อนข้างกะทัดรัดได้
เทคโนโลยี Hollow-Fiber Membrane ของแบรนด์มีรูกรองในระดับประมาณ 0.01–0.1 ไมครอน ขึ้นอยู่กับระบบและข้อมูลของผลิตภัณฑ์แต่ละกลุ่ม
Hollow-Fiber Membrane กรองอะไรได้บ้าง?
หน้าที่สำคัญของเมมเบรนคือการกรองสิ่งปนเปื้อนที่สามารถถูกดักจับด้วยโครงสร้างรูพรุน เช่น
- ความขุ่น
- 濁り
- 赤サビ
- จุลินทรีย์หรือแบคทีเรียบางประเภท
- อนุภาคขนาดเล็กบางชนิด
- สิ่งปนเปื้อนที่ไม่สามารถกำจัดได้ด้วย Activated Carbon เพียงอย่างเดียว
สิ่งสำคัญคือ Hollow-Fiber Membrane ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือน Activated Carbon ดังนั้นจึงไม่ควรคิดว่าเทคโนโลยีหนึ่งสามารถทำหน้าที่แทนอีกเทคโนโลยีหนึ่งได้ทั้งหมด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ Cleansui หลายรุ่นเลือกใช้ Hollow-Fiber Membrane + Activated Carbon เพื่อให้แต่ละชั้นจัดการกับสิ่งปนเปื้อนคนละประเภท
Activated Carbon คืออะไร และทำหน้าที่อะไร?
อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่พบในเครื่องกรองน้ำ Cleansui คือ Activated Carbon หรือถ่านกัมมันต์
Activated Carbon มีโครงสร้างรูพรุนจำนวนมาก ทำให้มีพื้นที่ผิวสูงและสามารถใช้กระบวนการดูดซับสารบางชนิดออกจากน้ำได้ หน้าที่ที่คนส่วนใหญ่นึกถึงคือการจัดการกับคลอรีนตกค้าง กลิ่น และรสที่ไม่พึงประสงค์ของน้ำประปา
ตัวอย่างเช่น น้ำประปาอาจมีคลอรีนตกค้างตามกระบวนการฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อระบบประปา แต่ในบางกรณีคลอรีนและสารที่ทำให้เกิดกลิ่นอาจส่งผลต่อกลิ่นและรสของน้ำ Activated Carbon จึงเข้ามาทำหน้าที่ในส่วนนี้
นอกจากนี้ Activated Carbon ยังสามารถใช้จัดการกับสารอินทรีย์ สารกำจัดศัตรูพืช และสารบางกลุ่มตามคุณสมบัติของไส้กรองและผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่น
Activated Carbon ต่างจาก Hollow-Fiber Membrane อย่างไร?
ความแตกต่างสามารถเข้าใจง่าย ๆ ได้ดังนี้
| เทคโนโลยี | หลักการ | เหมาะกับการจัดการ |
|---|---|---|
| 活性炭 | การดูดซับ | คลอรีน กลิ่น สารอินทรีย์ และสารบางประเภท |
| Hollow-Fiber Membrane | การกรองผ่านรูพรุน | ความขุ่น ตะกอน สนิม จุลินทรีย์ และอนุภาคบางประเภท |
| Ion Exchange | การแลกเปลี่ยนไอออน | โลหะบางชนิดหรือความกระด้าง ขึ้นอยู่กับชนิดของเรซิน |
| Non-woven Fabric | การดักจับทางกายภาพ | ฝุ่น ตะกอน และอนุภาคขนาดใหญ่ |
เพราะแต่ละเทคโนโลยีมีหน้าที่ต่างกัน การนำหลายชั้นมาทำงานร่วมกันจึงสามารถให้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมกว่าการใช้วัสดุกรองเพียงชนิดเดียว
ทำไม Cleansui จึงใช้ Hollow-Fiber Membrane ร่วมกับ Activated Carbon?
จุดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการทำความเข้าใจเทคโนโลยีของ Cleansui ลองนึกภาพว่าน้ำประปามีทั้ง
- คลอรีนและสารที่ส่งผลต่อกลิ่น
- 濁り
- 赤サビ
- ความขุ่น
- จุลินทรีย์
- สารปนเปื้อนอื่น ๆ
ถ้าใช้ Activated Carbon อย่างเดียว Activated Carbon จะเหมาะกับสิ่งปนเปื้อนบางกลุ่ม แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตะแกรงละเอียดสำหรับอนุภาคและจุลินทรีย์เหมือนเมมเบรน ในทางกลับกัน Hollow-Fiber Membrane สามารถดักจับอนุภาคตามขนาดรูกรอง แต่ไม่ได้มีหน้าที่เดียวกับ Activated Carbon ในการดูดซับคลอรีนและสารบางชนิด จึงเกิดแนวคิด Double Filtration หรือการใช้เทคโนโลยีสองแบบที่มีหน้าที่แตกต่างกัน พูดให้เข้าใจง่ายคือ
Activated Carbon จัดการสิ่งที่ต้องดูดซับ ขณะที่ Hollow-Fiber Membrane จัดการสิ่งที่ต้องกรอง การทำงานร่วมกันของสองเทคโนโลยีจึงช่วยให้ระบบกรองสามารถจัดการกับสิ่งปนเปื้อนได้หลากหลายมากขึ้น
Cleansui มีระบบกรอง 4 ชั้นด้วยหรือไม่?
มี แต่ต้องทำความเข้าใจว่าระบบกรอง 4 ชั้นไม่ได้หมายความว่า Cleansui ทุกรุ่นและทุกไส้กรองจะมีโครงสร้างเหมือนกัน ในระบบกรองหลายชั้นของ Cleansui มีการใช้วัสดุกรองหลัก ได้แก่
1. Non-woven Fabric
เป็นชั้นกรองเบื้องต้นที่ช่วยดักจับสิ่งสกปรกและตะกอน เช่น ฝุ่น ผง และสนิม หน้าที่ของชั้นนี้คือช่วยลดภาระของชั้นกรองถัดไป
2. Ion Exchange Fiber
ชั้นนี้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนไอออนและการดูดซับไอออนของโลหะบางประเภท เช่น ตะกั่ว แมงกานีส เหล็ก และปรอท จุดประสงค์คือเพิ่มความสามารถในการจัดการสารปนเปื้อนที่ไม่สามารถแก้ได้ด้วยการกรองเชิงกายภาพเพียงอย่างเดียว
3. Activated Carbon
เป็นชั้นที่เน้นการดูดซับคลอรีนตกค้าง กลิ่น สารอินทรีย์ และสารบางประเภท ชั้นนี้จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อเรื่องกลิ่นและรสชาติของน้ำ
4. Hollow-Fiber Membrane
เป็นชั้นเมมเบรนที่มีรูขนาดเล็กมาก ทำหน้าที่กรองอนุภาค ความขุ่น และจุลินทรีย์บางประเภทตามคุณสมบัติของไส้กรอง ดังนั้นระบบหลายชั้นจึงไม่ใช่การใช้เทคโนโลยีเดียวกันซ้ำ ๆ แต่เป็นการให้แต่ละชั้นรับผิดชอบสิ่งปนเปื้อนคนละประเภท
เทคโนโลยีของ Cleansui แตกต่างจากเครื่องกรองน้ำทั่วไปอย่างไร?
เครื่องกรองน้ำในตลาดมีหลายเทคโนโลยี และไม่ควรตัดสินจากคำว่ากรองละเอียดเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ควรดูคือกรองด้วยวิธีอะไร และกำจัดสิ่งใดได้บ้าง
ตัวอย่างเช่น Activated Carbon สามารถจัดการกับคลอรีนและกลิ่นได้ดี แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนเมมเบรน
ส่วนระบบ UF หรือ Ultrafiltration จะเน้นการกรองผ่านเมมเบรนที่มีรูขนาดเล็กมาก
Cleansui นำแนวคิดทั้งสองส่วนมาใช้งานในผลิตภัณฑ์หลายกลุ่ม โดยเฉพาะการใช้ Hollow-Fiber Membrane ร่วมกับ Activated Carbon ในรุ่นที่ต้องการการกรองหลายรูปแบบ
จุดเด่นอีกอย่างคือการออกแบบให้กรองสิ่งปนเปื้อนโดยยังคงแร่ธาตุธรรมชาติบางส่วนในน้ำไว้ ดังนั้น Cleansui จึงแตกต่างจากระบบที่ออกแบบมาเพื่อกำจัดสารละลายออกจากน้ำในระดับสูง เช่น ระบบ Reverse Osmosis หรือ RO ซึ่งมีหลักการทำงานแตกต่างกันอย่างชัดเจน
Cleansui ใช้เทคโนโลยี RO หรือ Reverse Osmosis หรือไม่?
โดยทั่วไปเมื่อพูดถึงเครื่องกรองน้ำ Cleansui ที่ใช้ในบ้านหรือ Commercial Series ไม่ควรเรียกรวมว่าเป็นระบบ RO เพราะ Hollow-Fiber Membrane กับ Reverse Osmosis เป็นคนละเทคโนโลยี
RO ใช้เยื่อเมมเบรนที่มีความละเอียดสูงมากและอาศัยแรงดันในการผลักน้ำผ่านเมมเบรน เพื่อแยกสารละลายและไอออนจำนวนมากออกจากน้ำ ในขณะที่ Hollow-Fiber Membrane ของ Cleansui เน้นการกรองอนุภาคและสิ่งปนเปื้อนตามขนาดรูของเมมเบรน และถูกออกแบบให้แร่ธาตุบางส่วนในน้ำผ่านไปได้
ดังนั้นหากผู้บริโภคต้องการเครื่องกรองน้ำที่ยังคงแร่ธาตุในน้ำ ควรทำความเข้าใจความแตกต่างของเทคโนโลยีเหล่านี้ก่อนเลือกซื้อ
แล้วเทคโนโลยีของ Cleansui ช่วยคงแร่ธาตุไว้ได้อย่างไร?
หนึ่งในแนวคิดสำคัญของ Cleansui คือการกรองสิ่งที่ไม่ต้องการออก โดยไม่จำเป็นต้องกำจัดทุกสิ่งที่อยู่ในน้ำออกทั้งหมด แร่ธาตุธรรมชาติ เช่น
- Calcium
- Magnesium
- Potassium
- Sodium
มีขนาดและคุณสมบัติแตกต่างจากอนุภาคที่ถูกดักจับด้วยเมมเบรน ดังนั้นในระบบ Hollow-Fiber Membrane น้ำและสารที่มีขนาดเล็กพอสามารถผ่านเมมเบรนได้ ในขณะที่อนุภาคที่มีขนาดใหญ่กว่ารูกรองจะถูกดักจับ
แนวคิดนี้ทำให้ Cleansui วางตำแหน่งเทคโนโลยีของตัวเองในรูปแบบของการกรองสิ่งปนเปื้อนพร้อมคงแร่ธาตุธรรมชาติในน้ำ อย่างไรก็ตามการคงแร่ธาตุ ไม่ควรตีความว่าเครื่องกรองทุกระบบของ Cleansui จะมีผลเหมือนกันทั้งหมด เพราะโครงสร้างและวัสดุกรองแตกต่างกันตามรุ่น
เครื่องกรองน้ำ Cleansui Commercial ใช้เทคโนโลยีอะไร?
สำหรับธุรกิจ จุดนี้มีความสำคัญมาก เพราะ Cleansui Commercial ไม่ได้ใช้ไส้กรองชนิดเดียวกันทั้งหมด Commercial Series รุ่น MP02 แบ่งตามเทคโนโลยีได้ดังนี้
| 機種 | เทคโนโลยีหลัก | ความสามารถของไส้กรอง |
|---|---|---|
| MP02-1 | Hollow-Fiber Membrane | 55,000 ลิตร |
| MP02-2 | 活性炭 | 100,000L |
| MP02-3 | 大容量の活性炭 | 150,000L |
| MP02-4 | Activated Carbon + Hollow-Fiber Membrane | 50,000L |
| MP02-5 | Ion Exchange Resin + Activated Carbon | 5,000L |
| MP02-6 | Ion Exchange Resin + Activated Carbon | 3,000L |
ตัวเลขดังกล่าวคือความสามารถในการกรองตามข้อมูลของผู้ผลิต ไม่ได้หมายความว่าแต่ละรุ่นเหมาะกับธุรกิจทุกประเภทเท่ากัน การเลือกรุ่นจึงควรดูทั้งคุณภาพน้ำ ปริมาณการใช้น้ำ อุปกรณ์ที่ต้องต่อเข้ากับระบบ และปัญหาที่ต้องการแก้
MP02-1 ใช้ Hollow-Fiber Membrane เหมาะกับงานแบบไหน?
MP02-1 เป็น Commercial รุ่นที่ใช้ Hollow-Fiber Membrane เป็นหลัก สามารถใช้กำจัดความขุ่นและจุลินทรีย์ในน้ำประปา และมีความสามารถในการกรอง 55,000 ลิตร
จุดที่น่าสนใจคือ MP02-1 ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อกำจัดคลอรีน ดังนั้นจึงเหมาะกับจุดใช้งานที่ต้องการคงผลของคลอรีนตกค้างไว้ นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่าการเลือกเครื่องกรองน้ำไม่ควรดูเพียงว่ารุ่นไหนกรองได้ละเอียดกว่า แต่ต้องดูว่า ต้องการให้น้ำหลังกรองมีคุณสมบัติแบบไหน
MP02-2 และ MP02-3 ใช้ Activated Carbon ต่างจาก MP02-1 อย่างไร?
MP02-2 และ MP02-3 เป็นระบบ Commercial ที่ใช้ 活性炭 จุดเด่นคือความสามารถในการจัดการกับคลอรีน กลิ่น และสารบางประเภทที่เหมาะกับการดูดซับด้วย Activated Carbon ความแตกต่างหลักของ MP02-2 และ MP02-3 อยู่ที่ความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำ
- MP02-2: 100,000 ลิตร
- MP02-3: 150,000 ลิตร
ดังนั้นสองรุ่นนี้จึงเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการน้ำปริมาณมาก เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ เครื่องชงกาแฟ การทำอาหาร หรือระบบจ่ายน้ำให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยต้องเลือกตามปริมาณการใช้งานจริง
MP02-4 ใช้เทคโนโลยีอะไร?
ถ้าต้องการทั้งข้อดีของ Activated Carbon และ Hollow-Fiber Membrane รุ่นที่น่าสนใจคือ MP02-4
MP02-4 ใช้ระบบ Activated Carbon + Hollow-Fiber Membrane + Non-woven Fabric ทำให้มีการกรองหลายขั้นตอนภายในระบบเดียว Activated Carbon ช่วยจัดการคลอรีนและกลิ่น ขณะที่ Hollow-Fiber Membrane ช่วยกรองความขุ่นและจุลินทรีย์ตามคุณสมบัติของเมมเบรน ความสามารถในการกรองของ MP02-4 ที่ 50,000 ลิตร
รุ่นนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวคิดการนำการดูดซับ + การกรองด้วยเมมเบรน มาทำงานร่วมกัน
MP02-5 และ MP02-6 ใช้เทคโนโลยีอะไร?
MP02-5 และ MP02-6 มีวัตถุประสงค์แตกต่างจาก MP02-1 ถึง MP02-4 ทั้งสองรุ่นใช้ Cation Exchange Resin ร่วมกับ Activated Carbon และ Non-woven Fabric จุดสำคัญคือถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับความกระด้างของน้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับแร่ธาตุอย่าง Calcium และ Magnesium จึงเหมาะกับงานที่มีปัญหาเรื่องการเกิดตะกรัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ไอน้ำ เช่น
- เครื่องนึ่ง
- Steam Convection Oven
- อุปกรณ์ที่มีระบบทำความร้อน
- เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ไวต่อการเกิด Scale
MP02-5 มีความสามารถในการกรอง 5,000 ลิตร ส่วน MP02-6 อยู่ที่ 3,000 ลิตร ดังนั้น MP02-5 และ MP02-6 ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงรุ่นความจุน้อยกว่าของ MP02-2 หรือ MP02-3 แต่เป็นคนละวัตถุประสงค์ในการกรอง
ถ้าเลือกเครื่องกรองน้ำ Cleansui ควรดูเทคโนโลยีอะไรเป็นอันดับแรก?
คำตอบขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำและการใช้งาน หากปัญหาหลักคือกลิ่นคลอรีนและรสชาติของน้ำ ควรมองหาระบบที่มี Activated Carbon
หากต้องการจัดการความขุ่น ตะกอน สนิม และจุลินทรีย์บางประเภท ควรพิจารณาระบบที่มี Hollow-Fiber Membrane
หากต้องการจัดการความกระด้างและลดการเกิดตะกรันในอุปกรณ์ ควรพิจารณา Ion Exchange Resin
และหากต้องการจัดการปัญหาหลายประเภทพร้อมกัน อาจเหมาะกับระบบ Multi-Layer Filtration ที่นำวัสดุหลายชนิดมาทำงานร่วมกัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการถามว่า Cleansui รุ่นไหนดีที่สุด โดยไม่รู้ลักษณะการใช้งานจึงอาจตอบได้ยากกว่าน้ำที่เราต้องการกรองมีปัญหาอะไร
เทคโนโลยี Cleansui เหมาะกับการใช้งานแบบไหน?
ด้วยเทคโนโลยีการกรองหลายรูปแบบ Cleansui จึงมีผลิตภัณฑ์สำหรับการใช้งานค่อนข้างหลากหลาย
บ้านและคอนโด
เหมาะกับผู้ที่ต้องการกรองน้ำประปาสำหรับดื่ม ทำอาหาร หรือใช้งานในครัว โดยมีทั้งแบบติดหัวก๊อก Countertop และ Built-in
ร้านอาหารและคาเฟ่
Commercial Series สามารถนำไปใช้กับระบบน้ำสำหรับการทำอาหาร เครื่องชงกาแฟ และอุปกรณ์อื่นตามข้อกำหนดของแต่ละระบบ
โรงแรมและธุรกิจบริการ
สามารถเลือกเทคโนโลยีตามปริมาณการใช้น้ำและประเภทของอุปกรณ์ที่ต้องการจ่ายน้ำ
コーヒーマシン
คุณภาพน้ำมีผลต่อทั้งรสชาติและการสะสมของแร่ธาตุภายในเครื่อง จึงควรพิจารณาทั้งเทคโนโลยีกรองและคุณภาพน้ำต้นทาง ไม่ควรเลือกจากความสามารถในการกรองเพียงอย่างเดียว
เครื่องทำน้ำแข็ง
น้ำที่ใช้ผลิตน้ำแข็งควรได้รับการจัดการให้เหมาะสมกับคุณภาพน้ำต้นทางและข้อกำหนดของเครื่อง การเลือก Commercial Filter จึงควรดูทั้ง Flow Rate และคุณสมบัติของไส้กรอง
เทคโนโลยีกรองน้ำสำคัญกว่าจำนวนชั้นกรองหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป จำนวนชั้นกรองที่มากกว่าไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกคนมากกว่า เพราะแต่ละชั้นมีหน้าที่แตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น หากน้ำมีปัญหาความกระด้างสูง การเพิ่ม Activated Carbon หรือ Hollow-Fiber Membrane อาจไม่ได้แก้ปัญหาตะกรันได้ตรงจุดเท่ากับระบบ Ion Exchange ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับ Hardness
หากต้องการจัดการความขุ่นและจุลินทรีย์ การเลือกระบบที่มี Hollow-Fiber Membrane ก็อาจมีความสำคัญกว่าเพียงการเพิ่มปริมาณ Activated Carbon ดังนั้นหลักการที่ควรใช้คือเลือกเทคโนโลยีให้ตรงกับปัญหาของน้ำ มากกว่าดูจำนวนชั้นกรองเพียงอย่างเดียว
Hollow-Fiber Membrane ของ Cleansui มีประวัติความเป็นมาอย่างไร?
เทคโนโลยี Hollow-Fiber Membrane ถือเป็นเทคโนโลยีที่อยู่กับ Cleansui มายาวนาน จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากการพัฒนาเส้นใยสำหรับงานกรองน้ำและเลือดของ Mitsubishi Rayon ซึ่งต่อมากลายเป็น Mitsubishi Chemical ในช่วงทศวรรษ 1970 นักวิจัยค้นพบโครงสร้างรูพรุนบนเส้นใยลักษณะคล้ายหลอด และนำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาเป็นเมมเบรนสำหรับการกรอง
ต่อมาเทคโนโลยี Hollow-Fiber Membrane ถูกนำไปใช้ในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงด้านการแพทย์ และในปี 1984 Cleansui ได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้กับเครื่องกรองน้ำสำหรับครัวเรือน จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีของ Cleansui ชื่อ Hollow-Fiber Membrane จึงมักถูกพูดถึงควบคู่กับแบรนด์มาโดยตลอด
Cleansui กรองน้ำแล้วแร่ธาตุหายไปหรือไม่?
หนึ่งในความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำคือ กรองละเอียด = แร่ธาตุหายหมด จริง ๆ แล้วขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้
ระบบ Hollow-Fiber Membrane ของ Cleansui ถูกออกแบบให้กรองอนุภาคตามขนาดรูของเมมเบรน ในขณะที่สารละลายและแร่ธาตุบางส่วนสามารถผ่านระบบได้ จึงต่างจากระบบกรองบางประเภทที่ออกแบบมาเพื่อแยกสารละลายและไอออนออกจากน้ำในระดับสูง อย่างไรก็ตามหากต้องการทราบว่าไส้กรองรุ่นใดกำจัดสารอะไรได้บ้าง ควรดูข้อมูลจำเพาะและผลการทดสอบของรุ่นนั้นโดยตรง เพราะไส้กรองแต่ละรุ่นใช้วัสดุและโครงสร้างแตกต่างกัน
วิธีเลือกเครื่องกรองน้ำ Cleansui จากเทคโนโลยีที่ใช้
ก่อนเลือกซื้อ แนะนำให้เริ่มจากคำถาม 5 ข้อนี้
1. ต้องการกรองอะไร?
ต้องการลดคลอรีน กลิ่น ความขุ่น สนิม จุลินทรีย์ โลหะหนัก หรือความกระด้าง?
2. ใช้น้ำวันละเท่าไร?
บ้านกับร้านอาหารมีปริมาณการใช้น้ำต่างกันมาก ความสามารถในการกรองของไส้กรองจึงเป็นปัจจัยสำคัญ
3. ต้องการอัตราการไหลเท่าไร?
สำหรับธุรกิจที่ต้องใช้น้ำต่อเนื่อง Flow Rate สำคัญไม่แพ้ความสามารถในการกรอง
4. น้ำที่กรองจะนำไปใช้อะไร?
น้ำดื่ม น้ำทำอาหาร เครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำแข็ง หรือเครื่องนึ่ง อาจต้องการคุณสมบัติน้ำที่แตกต่างกัน
5. น้ำต้นทางมีปัญหาอะไร?
หากมีปัญหาน้ำกระด้างสูง การเลือกเครื่องกรองจากคำว่ากรองละเอียดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เมื่อรู้คำตอบเหล่านี้แล้วจึงค่อยเลือกรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีเหมาะสมที่สุด
เครื่องกรองน้ำ Cleansui ใช้เทคโนโลยีอะไร?
Cleansui ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีการกรองเพียงรูปแบบเดียว แต่มีระบบกรองหลายชนิดตามวัตถุประสงค์ของผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นหัวใจสำคัญของ Cleansui คือ Hollow-Fiber Membrane ซึ่งทำหน้าที่กรองอนุภาค ความขุ่น สนิม และจุลินทรีย์บางประเภทตามคุณสมบัติของเมมเบรน
ขณะเดียวกัน 活性炭 จะเข้ามาช่วยดูดซับคลอรีน กลิ่น และสารบางประเภท ขณะที่ Ion Exchange ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บางกลุ่มเพื่อจัดการกับความกระด้างและลดการสะสมของตะกรัน จึงสามารถสรุปเทคโนโลยีของ Cleansui ได้เป็น
Hollow-Fiber Membrane = เน้นการกรองทางกายภาพ
Activated Carbon = เน้นการดูดซับคลอรีน กลิ่น และสารบางประเภท
Ion Exchange = เน้นการแลกเปลี่ยนไอออนและจัดการความกระด้างในระบบที่ออกแบบมาเฉพาะ
Multi-Layer Filtration = ผสานหลายเทคโนโลยีเพื่อจัดการสิ่งปนเปื้อนหลายประเภท
ดังนั้น หากกำลังเลือกเครื่องกรองน้ำ Cleansui สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ถามว่ารุ่นไหนกรองดีที่สุด แต่ควรถามก่อนว่าน้ำของเรามีปัญหาอะไร และต้องการนำน้ำไปใช้ทำอะไร
เมื่อเข้าใจเทคโนโลยีตรงนี้แล้ว การเลือกรุ่นอย่าง EF Series สำหรับติดหัวก๊อก, Built-in สำหรับครัว หรือ MP02 Commercial สำหรับร้านอาหารและธุรกิจ ก็จะทำได้ง่ายขึ้นและตรงกับการใช้งานจริงมากกว่า
よくあるご質問
Cleansui ใช้ UF หรือไม่?
ใช่ โดยหลักการ Hollow-Fiber Membrane ของ Cleansui จัดอยู่ในกลุ่มการกรองแบบ Ultrafiltration หรือ UF ตามข้อมูลของ Waterclick โดยใช้เมมเบรนเส้นใยกลวงที่มีรูขนาดเล็กเพื่อกรองอนุภาคและสิ่งปนเปื้อนตามคุณสมบัติของไส้กรอง
Hollow-Fiber Membrane กับ Activated Carbon ต่างกันอย่างไร?
Hollow-Fiber Membrane เน้นการกรองผ่านรูพรุนเพื่อดักจับอนุภาคและสิ่งปนเปื้อนตามขนาด ส่วน Activated Carbon ใช้การดูดซับสาร เช่น คลอรีน กลิ่น และสารอินทรีย์บางประเภท ทั้งสองจึงมีหน้าที่ต่างกันและสามารถใช้ร่วมกันได้
Cleansui กรองคลอรีนได้หรือไม่?
ขึ้นอยู่กับรุ่น หากไส้กรองมี Activated Carbon ก็สามารถออกแบบมาเพื่อจัดการกับคลอรีนตกค้างได้ แต่ไม่ควรเหมารวมเครื่องกรอง Cleansui ทุกรุ่น เช่น MP02-1 เป็นรุ่นที่ผู้ผลิตระบุว่าไม่กำจัดคลอรีน
Cleansui กรองแบคทีเรียได้หรือไม่?
รุ่นที่ใช้ Hollow-Fiber Membrane สามารถกรองจุลินทรีย์หรือแบคทีเรียบางประเภทตามคุณสมบัติและผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ควรตีความว่าเครื่องกรองทุกเครื่องสามารถกำจัดเชื้อทุกชนิดหรือใช้แทนการฆ่าเชื้อได้
Cleansui กรองน้ำกระด้างได้หรือไม่?
ผลิตภัณฑ์บางรุ่น โดยเฉพาะ MP02-5 และ MP02-6 ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับความกระด้างโดยใช้ Ion Exchange Resin จึงเหมาะกับการใช้งานที่ต้องการลด Calcium และ Magnesium และช่วยลดปัญหาตะกรัน
เครื่องกรองน้ำ Cleansui ต้องใช้ไฟฟ้าหรือไม่?
เครื่องกรองน้ำ Cleansui หลายรุ่นใช้แรงดันน้ำประปาในการกรองและไม่จำเป็นต้องมีปั๊มไฟฟ้าสำหรับกระบวนการกรอง แต่ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทอาจมีระบบหรืออุปกรณ์ประกอบแตกต่างกัน จึงควรตรวจสอบรายละเอียดของรุ่นก่อนติดตั้ง
เครื่องกรองน้ำ Cleansui เหมาะกับร้านอาหารหรือไม่?
เหมาะ โดย Cleansui มี Commercial Series โดยเฉพาะ เช่น MP02-1 ถึง MP02-6 ซึ่งสามารถเลือกเทคโนโลยีตามลักษณะน้ำและการใช้งาน เช่น น้ำดื่ม การทำอาหาร เครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำแข็ง หรืออุปกรณ์ที่มีปัญหาตะกรัน