การมีเครื่องกรองน้ำในที่ออฟฟิศไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่วยให้พนักงานมีน้ำสะอาดสำหรับดื่มเท่านั้น แต่ยังช่วยรองรับการใช้งานในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้อง Pantry ห้องครัว เครื่องชงกาแฟ ตู้กดน้ำ เครื่องทำน้ำแข็ง หรือจุดเตรียมอาหารของบริษัท
อย่างไรก็ตามการเลือกเครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศมีรายละเอียดที่แตกต่างจากการเลือกเครื่องกรองน้ำสำหรับบ้าน เพราะจำนวนผู้ใช้งานอาจมีตั้งแต่ไม่กี่คนไปจนถึงหลักร้อยคน และปริมาณการใช้น้ำในแต่ละวันอาจแตกต่างกันมาก หากเลือกเครื่องกรองที่มีขนาดเล็กเกินไป อาจต้องเปลี่ยนไส้กรองบ่อยหรือมีอัตราการไหลไม่เพียงพอ ขณะที่การเลือกเครื่องกรอง Commercial ขนาดใหญ่เกินความจำเป็นก็อาจทำให้ต้นทุนเริ่มต้นสูงขึ้นโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่
ดังนั้นเครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศ เลือกแบบไหนดี? จึงควรเริ่มจากจำนวนคน ปริมาณการใช้น้ำ จุดที่ต้องการใช้น้ำ และอุปกรณ์ที่ต้องต่อเข้ากับระบบ มากกว่าการเลือกรุ่นจากราคาเพียงอย่างเดียว
สำหรับออฟฟิศที่มีพนักงานจำนวนมากหรือมีการใช้น้ำต่อเนื่อง เครื่องกรองน้ำกลุ่ม Commercial ของ Cleansui เป็นอีกทางเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบ เพราะออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในธุรกิจ และมีทั้งรุ่นที่เน้น Activated Carbon รุ่นที่ใช้ Hollow Fiber Membrane รุ่นที่ผสมผสานทั้งสองระบบ และรุ่นสำหรับลดความกระด้างของน้ำ
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศจำเป็นต้องใช้รุ่น Commercial หรือไม่?
ไม่ใช่ทุกออฟฟิศจำเป็นต้องใช้เครื่องกรองน้ำ Commercial หากเป็นสำนักงานขนาดเล็กที่มีพนักงานไม่กี่คน ใช้น้ำกรองเฉพาะสำหรับดื่ม และไม่ได้ต่อระบบเข้ากับเครื่องชงกาแฟหรือเครื่องทำน้ำแข็ง เครื่องกรองน้ำสำหรับบ้านบางประเภทก็อาจเพียงพอ แต่เมื่อจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น ปริมาณการใช้น้ำต่อวันเพิ่มขึ้น หรือมีอุปกรณ์ที่ต้องใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง การพิจารณาเครื่องกรองน้ำ Commercial จะมีความเหมาะสมมากขึ้น
จุดแตกต่างสำคัญคือ Capacity และ Flow Rate เครื่องกรอง Commercial ถูกออกแบบให้รองรับปริมาณน้ำที่มากขึ้น และสามารถติดตั้งเพื่อจ่ายน้ำให้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ เช่น Water Dispenser, Coffee Machine, Cold Water Machine และ Ice Maker
ดังนั้นการตัดสินใจซื้อเครื่องกรองน้ำไว้ที่ออฟฟิศจึงควรดูว่าระบบน้ำของออฟฟิศมีการใช้งานมากน้อยเพียงใด
ออฟฟิศแบบไหนควรใช้เครื่องกรองน้ำ Commercial?
ออฟฟิศที่มีพนักงานจำนวนมากและมีการใช้น้ำทุกวันเป็นจำนวนมาก เป็นกลุ่มที่ควรพิจารณาระบบ Commercial เป็นพิเศษ ตัวอย่างเช่น บริษัทที่มีพนักงาน 50–100 คนขึ้นไป มี Pantry ขนาดใหญ่ มีเครื่องชงกาแฟหลายเครื่อง มีตู้กดน้ำหลายจุด หรือมีการจัดเตรียมอาหารภายในออฟฟิศ
อีกกรณีคือออฟฟิศที่มีการใช้น้ำในช่วงเวลาเดียวกันเป็นจำนวนมาก เช่น ช่วงเช้าที่พนักงานเข้าทำงานและใช้เครื่องชงกาแฟพร้อมกัน หรือช่วงพักกลางวันที่มีการใช้น้ำสำหรับดื่มและประกอบอาหารพร้อมกัน นอกจากนี้ยังเหมาะกับออฟฟิศที่ต้องการต่อระบบกรองน้ำเข้ากับอุปกรณ์โดยตรง แทนการใช้เครื่องกรองขนาดเล็กที่ติดตั้งเฉพาะบริเวณก๊อก
ระบบ Commercial สามารถนำไปใช้กับเครื่องจ่ายน้ำ, เครื่องทำกาแฟ, ทำอาหาร, เครื่องกดน้ำหรือเครื่องทำน้ำเย็น และเครื่องทำน้ำแข็งได้ จึงสามารถนำมาประยุกต์กับออฟฟิศที่มี Pantry หรือพื้นที่บริการเครื่องดื่มได้หลายรูปแบบ
ถ้าออฟฟิศมี 10, 30, 50 หรือ 100 คน ควรเลือกเครื่องกรองแบบไหน?
จำนวนพนักงานเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ไม่ควรนำจำนวนคนไปจับคู่กับรุ่นเครื่องกรองโดยตรง เพราะพฤติกรรมการใช้น้ำของแต่ละออฟฟิศแตกต่างกัน
ตัวอย่างเช่น ออฟฟิศ 30 คนที่ทุกคนดื่มกาแฟวันละ 2 แก้วและมีเครื่องทำน้ำแข็ง อาจใช้น้ำมากกว่าออฟฟิศ 50 คนที่มีเพียงจุดน้ำดื่มเพียงจุดเดียว
ดังนั้นควรประเมินอย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่
- จำนวนพนักงานที่ใช้น้ำเป็นประจำ
- ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อวัน
- ช่วงเวลาที่มีการใช้น้ำสูงสุด
- อุปกรณ์ที่ต้องต่อเข้ากับระบบกรอง
หากใช้สำหรับดื่มเป็นหลัก ปริมาณน้ำที่ต้องการอาจไม่สูงมาก แต่ถ้ามีเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำแข็ง และพื้นที่ประกอบอาหารเข้ามาด้วย ปริมาณการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นออฟฟิศ 20 คนไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เครื่องกรองขนาดหนึ่ง และออฟฟิศ 100 คนก็ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เครื่องกรองขนาดใหญ่ที่สุดเสมอไป
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศควรดูอะไรบ้าง?
ก่อนเลือกรุ่น ควรพิจารณาองค์ประกอบหลักอย่างน้อย 6 เรื่อง
1. จำนวนผู้ใช้งาน
จำนวนพนักงานช่วยประเมินปริมาณการใช้น้ำเบื้องต้น แต่ควรนำไปประกอบกับข้อมูลการใช้น้ำจริง
2. ปริมาณน้ำที่ใช้ต่อวัน
ควรดูทั้งปริมาณการใช้น้ำเฉลี่ยและช่วง Peak Time เพราะออฟฟิศอาจใช้น้ำไม่เท่ากันตลอดทั้งวัน
3. Flow Rate
อัตราการไหลมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะออฟฟิศที่มีผู้ใช้น้ำหลายคนพร้อมกัน
4. ความจุไส้กรอง
ความจุสูงช่วยให้รองรับปริมาณน้ำได้มากขึ้น และอาจช่วยลดความถี่ในการเปลี่ยนไส้กรอง
5. คุณภาพน้ำต้นทาง
ควรทราบว่าปัญหาหลักของน้ำคืออะไร เช่น คลอรีน กลิ่น ความขุ่น หรือความกระด้าง เพราะไส้กรองแต่ละประเภทมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน
6. อุปกรณ์ที่ต่อกับระบบ
หากต้องการจ่ายน้ำไปยังเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำแข็ง หรือตู้กดน้ำ ควรตรวจสอบข้อกำหนดของอุปกรณ์เหล่านั้นร่วมด้วย
เปรียบเทียบ Cleansui Commercial สำหรับออฟฟิศ
Cleansui มีเครื่องกรองน้ำกลุ่ม Commercial ในตระกูล MP02 จำนวน 6 รุ่น โดยแต่ละรุ่นมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ตั้งแต่การกรองความขุ่นและสิ่งปนเปื้อน ไปจนถึงการลดคลอรีนและความกระด้าง
| 機種 | 交換カートリッジ | ろ過能力 | ろ過流量 | เหมาะกับการใช้งาน |
|---|---|---|---|---|
| MP02-1 | UMM0050 | 55,000 ลิตร | 10L/分 | ลดแบคทีเรียและความขุ่น โดยไม่กำจัดคลอรีน |
| MP02-2 | UMC2100 | 100,000L | 10L/分 | น้ำดื่ม เครื่องดื่ม อาหาร และอุปกรณ์ |
| MP02-3 | UMC2150 | 150,000L | 10L/分 | ออฟฟิศหรือธุรกิจที่ใช้น้ำปริมาณมาก |
| MP02-4 | UMC2050 | 50,000L | 8L/分 | น้ำดื่ม อาหาร และเครื่องดื่มที่ต้องการการกรองหลายขั้นตอน |
| MP02-5 | USC-5 | 5,000L | 5L/分 | ลดความกระด้างและช่วยจัดการปัญหาตะกรัน |
| MP02-6 | USC-6 | 3,000L | 5L/分 | ลดความกระด้างในพื้นที่ติดตั้งจำกัด |
Cleansui MP02-2 เหมาะกับออฟฟิศทั่วไปหรือไม่?
สำหรับออฟฟิศที่ต้องการเครื่องกรองน้ำสำหรับดื่ม ชงกาแฟ และใช้งานทั่วไป MP02-2 เป็นหนึ่งในรุ่นที่ควรนำมาพิจารณา
MP02-2 ใช้ไส้กรอง Activated Carbon รุ่น UMC2100 และมีความสามารถในการกรอง 100,000 ลิตร ซึ่งเป็นรุ่นมาตรฐานสำหรับน้ำดื่ม น้ำประกอบอาหาร และน้ำที่จ่ายเข้าสู่อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงสามารถลดคลอรีนในน้ำประปาได้
สำหรับออฟฟิศที่มี Pantry และใช้เครื่องชงกาแฟเป็นประจำ จุดนี้มีความสำคัญ เพราะระบบไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้สำหรับน้ำดื่มเพียงอย่างเดียว แต่สามารถนำไปใช้เป็นน้ำสำหรับอุปกรณ์ได้ด้วย หากออฟฟิศมีพนักงานจำนวนไม่มากแต่ต้องการระบบ Commercial ที่รองรับการใช้งานหลายรูปแบบ MP02-2 จึงเป็นหนึ่งในรุ่นที่สามารถเริ่มนำมาเปรียบเทียบได้
Cleansui MP02-3 สำหรับออฟฟิศที่ใช้น้ำมาก
หากออฟฟิศมีพนักงานจำนวนมาก หรือมีการใช้น้ำในหลายจุด MP02-3 เป็นรุ่นที่ควรพิจารณาเพิ่มเติม
MP02-3 ใช้ไส้กรอง Activated Carbon รุ่น UMC2150 และมีความสามารถในการกรอง 150,000 ลิตร ซึ่งเป็นความจุสูงสุดในกลุ่ม MP02 ตามข้อมูลของ Cleansui
อัตราการไหลอยู่ที่ 10 ลิตรต่อนาที ทำให้เหมาะกับระบบที่ต้องการรองรับการใช้น้ำในปริมาณมาก
ออฟฟิศขนาดใหญ่ที่มีหลาย Pantry หรือมีการใช้น้ำสำหรับเครื่องชงกาแฟและเครื่องทำน้ำแข็ง จึงสามารถนำ MP02-3 มาเปรียบเทียบกับ MP02-2 ได้ โดยความแตกต่างหลักคือความจุของไส้กรอง อย่างไรก็ตาม ความจุที่สูงกว่าไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับทุกออฟฟิศ หากปริมาณการใช้น้ำจริงไม่ได้สูงมาก การเลือก MP02-3 อาจไม่ได้สร้างประโยชน์เพิ่มเติมมากพอเมื่อเทียบกับต้นทุนระบบ
Cleansui MP02-4 สำหรับออฟฟิศที่เน้นคุณภาพน้ำดื่ม
หากออฟฟิศให้ความสำคัญกับน้ำดื่มโดยตรง MP02-4 เป็นอีกรุ่นที่ควรพิจารณา
MP02-4 ใช้ไส้กรอง UMC2050 ซึ่งผสมผสาน Activated Carbon และ Hollow Fiber Membrane ซึ่งสามารถลดคลอรีน แบคทีเรีย และความขุ่น และเหมาะสำหรับน้ำดื่ม รวมถึงน้ำสำหรับประกอบอาหารและจ่ายเข้าสู่อุปกรณ์
ความสามารถในการกรองอยู่ที่ 50,000 ลิตร และอัตราการไหล 8 ลิตรต่อนาที เมื่อเปรียบเทียบกับ MP02-2 และ MP02-3 จะเห็นว่า MP02-4 มีความจุน้อยกว่า แต่มีระบบกรองที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่ควรเลือกจากตัวเลขความจุเพียงอย่างเดียว สำหรับออฟฟิศที่ต้องการระบบกรองสำหรับน้ำดื่มและต้องการจัดการทั้งคลอรีน ความขุ่น และแบคทีเรียตามคุณสมบัติที่ผู้ผลิตระบุ MP02-4 เป็นรุ่นที่ควรนำมาอยู่ในรายการเปรียบเทียบ
MP02-1 เหมาะกับออฟฟิศแบบไหน?
MP02-1 ใช้ไส้กรอง Hollow Fiber Membrane รุ่น UMM0050 และมีความสามารถในการกรอง 55,000 ลิตร
จุดที่แตกต่างจาก MP02-2 และ MP02-4 คือ MP02-1 สามารถลดแบคทีเรียและความขุ่น แต่ไม่กำจัดคลอรีนโดยยังคงใช้ประโยชน์จาก residual chlorine ในน้ำได้
ดังนั้น MP02-1 จึงไม่ควรถูกเลือกเพียงเพราะมีความจุสูง แต่ควรเลือกเมื่อคุณสมบัติของระบบกรองตรงกับวัตถุประสงค์ของออฟฟิศ หากออฟฟิศต้องการลดคลอรีนเพื่อปรับรสชาติและกลิ่นของน้ำสำหรับดื่มหรือชงกาแฟ MP02-2 หรือ MP02-4 อาจตรงกับวัตถุประสงค์มากกว่า
ถ้าออฟฟิศมีเครื่องชงกาแฟ ควรเลือกเครื่องกรองน้ำแบบไหน?
เครื่องชงกาแฟเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ออฟฟิศควรให้ความสำคัญกับระบบกรองน้ำมากกว่าการมีเพียงน้ำดื่มสำหรับพนักงาน เพราะนอกจากปริมาณน้ำที่ใช้แล้ว ยังต้องพิจารณาคุณภาพน้ำและข้อกำหนดของเครื่องชงกาแฟแต่ละรุ่นด้วย
กลุ่ม Commercial สามารถใช้งานกับ Coffee Machine ได้ โดย MP02-2 เหมาะสำหรับน้ำดื่ม น้ำประกอบอาหาร และน้ำสำหรับจ่ายเข้าอุปกรณ์ หากออฟฟิศมีเครื่องชงกาแฟเพียงเครื่องเดียวและมีผู้ใช้งานไม่มาก ระบบขนาดใหญ่ที่สุดอาจไม่จำเป็น แต่ถ้ามี Coffee Corner ที่มีการชงกาแฟจำนวนมากในแต่ละวัน ควรประเมินทั้งปริมาณน้ำและ Flow Rate
อีกประเด็นที่ไม่ควรมองข้ามคือความกระด้างของน้ำ เพราะความต้องการของเครื่องชงกาแฟแต่ละรุ่นอาจแตกต่างกัน หากออฟฟิศอยู่ในพื้นที่ที่น้ำมีความกระด้างสูง ควรประเมินเรื่องนี้แยกจากการลดคลอรีน
ถ้าออฟฟิศมีเครื่องทำน้ำแข็ง ควรเลือกอย่างไร?
เครื่องทำน้ำแข็งเป็นอีกอุปกรณ์ที่ต้องใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง ระบบ Commercial สามารถนำไปใช้กับเครื่องทำน้ำแข็งได้ ในกรณีนี้ควรตรวจสอบข้อกำหนดของผู้ผลิตเครื่องทำน้ำแข็งร่วมด้วย โดยเฉพาะเรื่องอัตราการไหล คุณภาพน้ำ และความกระด้าง
หากปัญหาหลักคือคลอรีนและกลิ่น สามารถพิจารณาระบบ Activated Carbon เช่น MP02-2 หรือ MP02-3 แต่ถ้าพบปัญหาน้ำกระด้างหรือตะกรัน การใช้ระบบลดความกระด้างอาจเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ต้องพิจารณา เพราะหน้าที่ของระบบลดความกระด้างแตกต่างจาก Activated Carbon
ออฟฟิศมีปัญหาน้ำกระด้าง ควรเลือก MP02-5 หรือ MP02-6?
หากออฟฟิศมีเพียงจุดน้ำดื่ม ปัญหาน้ำกระด้างอาจไม่ได้เป็นประเด็นหลักเท่ากับสำนักงานที่มีเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำร้อน หรืออุปกรณ์ที่มีความร้อน
Cleansui มี MP02-5 และ MP02-6 ซึ่งเป็นระบบกรองพร้อมลดความกระด้าง โดยใช้ไส้กรอง USC-5 และ USC-6 ตามลำดับ
USC-5 มีความสามารถในการกรอง 5,000 ลิตร ส่วน USC-6 มีความสามารถในการกรอง 3,000 ลิตร
ดังนั้นสองรุ่นนี้ไม่ควรถูกนำมาเปรียบเทียบกับ MP02-2 หรือ MP02-3 โดยใช้เพียงตัวเลขความจุ เพราะวัตถุประสงค์ของระบบแตกต่างกัน หากออฟฟิศมีปัญหาน้ำกระด้าง ควรเริ่มจากการตรวจสอบคุณภาพน้ำและอุปกรณ์ที่ใช้น้ำ ก่อนตัดสินใจว่าจำเป็นต้องมีระบบลดความกระด้างหรือไม่
เครื่องกรองน้ำออฟฟิศควรติดตั้งตรงไหน?
ตำแหน่งติดตั้งขึ้นอยู่กับว่าต้องการกรองน้ำให้กับจุดใด หากต้องการน้ำสำหรับดื่มเพียงจุดเดียว อาจติดตั้งระบบบริเวณ Pantry หรือจุดจ่ายน้ำหลัก แต่หากต้องการจ่ายน้ำไปยังเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำแข็ง หรือตู้กดน้ำหลายจุด อาจต้องออกแบบระบบท่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ระบบ Commercial สามารถติดตั้งในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการติดตั้งแนวนอน และสามารถเชื่อมต่อสองชุดเข้าด้วยกันได้ในบางรูปแบบ ดังนั้นออฟฟิศที่มีหลายจุดใช้น้ำควรประเมินระบบท่อและตำแหน่งติดตั้งก่อนเลือกเครื่องกรอง
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศควรมีความจุเท่าไหร่?
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกออฟฟิศ สิ่งที่ควรทำคือประมาณการปริมาณน้ำที่ใช้จริง เช่น
ปริมาณน้ำต่อวัน × จำนวนวันที่ใช้งานต่อปี = ปริมาณน้ำโดยประมาณต่อปี
จากนั้นนำตัวเลขดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับความสามารถของไส้กรอง ตัวอย่างเช่น หากออฟฟิศใช้ระบบกรองประมาณ 300 ลิตรต่อวัน และทำงาน 250 วันต่อปี จะใช้น้ำประมาณ 75,000 ลิตรต่อปี
ในกรณีนี้ไส้กรองที่มีความสามารถ 100,000 ลิตรอาจมีขนาดที่เหมาะสมกว่าไส้กรอง 150,000 ลิตร หากไม่ได้มีปัจจัยอื่นที่ต้องใช้ความจุสูงกว่า แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น เพราะอายุการใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับคุณภาพน้ำและเงื่อนไขที่ผู้ผลิตกำหนด
ความจุไส้กรองกับ Flow Rate อะไรสำคัญกว่ากัน?
ทั้งสองอย่างสำคัญ แต่ตอบคำถามคนละเรื่อง Capacity บอกว่าไส้กรองสามารถรองรับปริมาณน้ำได้มากเพียงใดตามเงื่อนไขที่กำหนด Flow Rate บอกว่าระบบสามารถจ่ายน้ำได้เร็วเพียงใด
ตัวอย่างเช่น MP02-2 มีความสามารถในการกรอง 100,000 ลิตร และอัตราการไหล 10 ลิตรต่อนาที ขณะที่ MP02-4 มีความสามารถในการกรอง 50,000 ลิตร และอัตราการไหล 8 ลิตรต่อนาที
หากออฟฟิศมีการใช้น้ำพร้อมกันหลายจุด Flow Rate อาจมีความสำคัญมากกว่าการมี Capacity สูงเพียงอย่างเดียว
ค่าใช้จ่ายเครื่องกรองน้ำออฟฟิศควรคำนวณอย่างไร?
การเลือกเครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศควรมองเป็นต้นทุนระยะยาว ไม่ใช่เฉพาะราคาซื้อเครื่อง ต้นทุนหลักที่ควรนำมาคำนวณ ได้แก่
ราคาตัวเครื่อง
เป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้น
ค่าไส้กรอง
เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำ และควรดูราคาของไส้กรองรุ่นที่เลือกก่อนตัดสินใจ
ความถี่ในการเปลี่ยนไส้กรอง
ควรคำนวณจากปริมาณน้ำที่ใช้จริง ไม่ใช่ดูเพียงระยะเวลา
ค่าติดตั้ง
โดยเฉพาะออฟฟิศที่ต้องเดินท่อไปยังหลายจุด
維持費
รวมถึงการตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น การเลือก MP02-3 ที่มีความจุ 150,000 ลิตรอาจลดความถี่ในการเปลี่ยนไส้กรองเมื่อเทียบกับรุ่นที่มีความจุต่ำกว่า แต่หากออฟฟิศใช้เพียง 20,000–30,000 ลิตรต่อปี ความจุที่สูงมากอาจไม่ได้ถูกใช้เต็มประสิทธิภาพ ดังนั้นควรคำนวณจากการใช้งานจริงของออฟฟิศ
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศเลือกแบบไหนดี? สรุปตามลักษณะการใช้งาน
หากต้องการเครื่องกรองสำหรับออฟฟิศทั่วไปที่ใช้น้ำดื่มและเครื่องดื่ม สามารถเริ่มพิจารณา MP02-2 ซึ่งใช้ Activated Carbon และมีความสามารถในการกรอง 100,000 ลิตร
หากเป็นออฟฟิศขนาดใหญ่หรือมีปริมาณการใช้น้ำสูง MP02-3 เป็นรุ่นที่ควรนำมาเปรียบเทียบ เพราะมีความสามารถในการกรอง 150,000 ลิตร ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่ม MP02
หากต้องการระบบที่ใช้ทั้ง Activated Carbon และ Hollow Fiber Membrane สำหรับน้ำดื่ม อาหาร และอุปกรณ์ MP02-4 เป็นอีกตัวเลือกที่ควรพิจารณา โดยมีความสามารถในการกรอง 50,000 ลิตร
หากออฟฟิศมีปัญหาความขุ่นและต้องการคง residual chlorine ไว้ MP02-1 เป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติตรงกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว โดยมีความสามารถในการกรอง 55,000 ลิตร
หากปัญหาหลักคือน้ำกระด้างและตะกรัน ควรพิจารณา MP02-5 หรือ MP02-6 ซึ่งเป็นกลุ่มระบบกรองพร้อมลดความกระด้างโดยเฉพาะ
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศ เลือกแบบไหนดี?
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศไม่ควรเลือกจากจำนวนพนักงานเพียงอย่างเดียว แต่ควรดูทั้ง ปริมาณการใช้น้ำ คุณภาพน้ำ Flow Rate ความจุไส้กรอง และอุปกรณ์ที่ต้องต่อเข้ากับระบบ
ออฟฟิศขนาดเล็กที่มีผู้ใช้งานไม่มากและใช้น้ำเฉพาะสำหรับดื่ม อาจไม่จำเป็นต้องใช้ระบบ Commercial ขนาดใหญ่ แต่เมื่อมีการใช้น้ำมากขึ้น มีเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำแข็ง หรือต้องจ่ายน้ำไปยังหลายจุด ระบบ Commercial จะมีความเหมาะสมมากขึ้น
สำหรับ Cleansui Commercial สามารถแบ่งแนวทางเลือกได้ค่อนข้างชัดเจน
- MP02-1 เน้น Hollow Fiber Membrane และลดแบคทีเรียกับความขุ่น โดยไม่กำจัดคลอรีน
- MP02-2 เน้น Activated Carbon และเหมาะกับน้ำดื่ม น้ำประกอบอาหาร และน้ำสำหรับจ่ายเข้าอุปกรณ์ โดยมีความสามารถในการกรอง 100,000 ลิตร
- MP02-3 ใช้ Activated Carbon เช่นเดียวกับ MP02-2 แต่เพิ่มความจุเป็น 150,000 ลิตร เหมาะกับการใช้น้ำปริมาณมาก
- MP02-4 ใช้ Activated Carbon + Hollow Fiber Membrane และมีความสามารถในการกรอง 50,000 ลิตร เหมาะกับน้ำดื่ม อาหาร และการจ่ายน้ำเข้าสู่อุปกรณ์
- MP02-5 และ MP02-6 เป็นกลุ่มระบบกรองพร้อมลดความกระด้าง เหมาะกับออฟฟิศที่ต้องการจัดการปัญหาน้ำกระด้างและตะกรัน
ดังนั้นหากกำลังมองหาเครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศ สิ่งที่ควรทำก่อนเลือกรุ่นคือรวบรวมข้อมูลการใช้น้ำจริงของออฟฟิศ แล้วจึงนำไปเทียบกับคุณสมบัติของแต่ละระบบ
สามารถดูรายละเอียดเครื่องกรองน้ำ Cleansui สำหรับธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ เครื่องกรองน้ำ Cleansui Commercial จาก Waterclick
อ่านบทความเพิ่มเติม: เครื่องกรองน้ำสำหรับร้านอาหาร เลือก Cleansui รุ่นไหนดี?
FAQ เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศ
ออฟฟิศขนาดเล็กจำเป็นต้องใช้เครื่องกรองน้ำ Commercial หรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป หากมีพนักงานไม่มากและใช้น้ำกรองเฉพาะสำหรับดื่ม เครื่องกรองสำหรับบ้านบางประเภทอาจเพียงพอ แต่หากมีการใช้น้ำจำนวนมากหรือต้องต่อเข้ากับเครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำแข็ง หรือตู้กดน้ำ ควรพิจารณาระบบ Commercial เพิ่มเติม
ออฟฟิศ 50 คนควรใช้เครื่องกรองน้ำรุ่นไหน?
ไม่สามารถกำหนดจากจำนวนคนเพียงอย่างเดียว ควรดูปริมาณน้ำที่ใช้จริง จำนวนจุดใช้น้ำ และอุปกรณ์ที่ต้องต่อเข้ากับระบบ หากเป็นการใช้น้ำทั่วไป MP02-2 เป็นหนึ่งในรุ่นที่นำมาเปรียบเทียบได้ ส่วนออฟฟิศที่ใช้น้ำปริมาณมากสามารถพิจารณา MP02-3 เพิ่มเติม
เครื่องกรองน้ำออฟฟิศใช้กับเครื่องชงกาแฟได้หรือไม่?
ระบบ Commercial ของ Cleansui สามารถนำไปใช้กับ Coffee Machine ได้ โดยควรตรวจสอบ Flow Rate คุณภาพน้ำ และข้อกำหนดของเครื่องชงกาแฟรุ่นนั้นร่วมด้วย
เครื่องกรองน้ำออฟฟิศใช้กับเครื่องทำน้ำแข็งได้หรือไม่?
สามารถนำระบบ Commercial ไปใช้กับ Ice Maker ได้ แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดของเครื่องทำน้ำแข็งแต่ละรุ่นเกี่ยวกับคุณภาพน้ำและอัตราการไหลก่อนติดตั้ง
MP02-2とMP02-3の違いは何ですか?
ทั้งสองรุ่นใช้ Activated Carbon แต่ MP02-2 ใช้ไส้กรอง UMC2100 ความสามารถในการกรอง 100,000 ลิตร ส่วน MP02-3 ใช้ UMC2150 ความสามารถในการกรอง 150,000 ลิตร ดังนั้นความแตกต่างหลักคือความจุของไส้กรองและการรองรับปริมาณการใช้น้ำ
MP02-4とMP02-2はどう違いますか?
MP02-2 ใช้ Activated Carbon ขณะที่ MP02-4 ใช้ Activated Carbon ร่วมกับ Hollow Fiber Membrane โดย MP02-4 มีความสามารถในการกรอง 50,000 ลิตร สามารถลดคลอรีน แบคทีเรีย และความขุ่น
ถ้าออฟฟิศมีปัญหาน้ำกระด้างควรเลือกเครื่องกรองรุ่นไหน?
ควรพิจารณา MP02-5 หรือ MP02-6 ซึ่งเป็นระบบที่ออกแบบมาพร้อมฟังก์ชันลดความกระด้างโดยเฉพาะ โดยใช้ไส้กรอง USC-5 และ USC-6 ตามลำดับ
เครื่องกรองน้ำสำหรับออฟฟิศควรเปลี่ยนไส้กรองเมื่อไหร่?
ขึ้นอยู่กับรุ่น ปริมาณน้ำที่ใช้ และเงื่อนไขของผู้ผลิต ไม่ควรดูจากจำนวนเดือนเพียงอย่างเดียว ควรเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่ใช้จริงกับความสามารถในการกรองของไส้กรองแต่ละรุ่น